ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-38 คุณหนู... ท่านจะช่วยเถ้าแก่เนี้ยฟางไหมเจ้าคะ

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

38 คุณหนู... ท่านจะช่วยเถ้าแก่เนี้ยฟางไหมเจ้าคะ

หลังจากนั้นคังเจิ้งหยวนก็แบ่งคนของตัวเองเป็นสามกลุ่ม

กลุ่มแรก ให้พาตัวเถ้าแก่เนี้ยฟาง คนดูแลร้าน คนทำงาน คนทำครัวที่มีความเกี่ยวข้องกับร้านหลินสุ่ยทุกคนไปอยู่ที่เรือนด้านหลัง และคุมตัวทุกคนแยกจากกัน ห้ามไม่ให้คุยกัน

อีกกลุ่มหนึ่งให้พาลูกค้าที่ปวดท้องขึ้นไปพักอยู่ในห้องเดี่ยวชั้นสอง ฝั่งตะวันตก ให้ท่านหมอเหวินรับผิดชอบทำการรักษาอยู่ในห้องนี้

สำหรับซากอาหารที่อาเจียนออกมา ห้องครัว แหล่งน้ำ อาหารที่อยู่บนโต๊ะทุกโต๊ะในร้านอยู่ใต้การดูแลของคนกลุ่มที่สามจะต้องเฝ้าดูอย่างเคร่งครัด รอผู้ชันสูตรของที่ว่าการอำเภอมาจัดการ

สุดท้าย เขายังแบ่งคนที่เหลือของหันอู๋เวยออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเฝ้าประตูด้านหน้าด้านหลังและทางออกอื่นๆ ของร้าน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งให้เปลี่ยนเครื่องแบบเป็นเครื่องแต่งกายแบบชาวบ้านทั่วไป แล้วเดินไปถามเกี่ยวกับข่าวคราวหรือข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตามถนนหนทาง

เขาออกคำสั่งจัดการเรื่องต่างๆ ได้อย่างมีขั้นตอนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ชุนถูหมีเห็นแล้วก็ลอบถอนใจอย่างโล่งอก

วิธีการของคังเจิ้งหยวนถ้านำไปใช้ในสมัยปัจจุบันก็ไม่ถือว่าน่าแปลกใจแต่อย่างใด แต่ในยุคโบราณที่วิธีสืบสวนคดียังล้าหลัง คังเจิ้งหยวนสามารถจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ พร้อมกับให้ระวังรักษาสถานที่เกิดเหตุเอาไว้อย่างทันท่วงที เห็นได้ชัดว่าไม่เพียงจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เขายังเฉลียวฉลาดไม่น้อย

เมื่อครู่นี้ นางอยากแนะนำเรื่องการเฝ้าระวังที่เกิดเหตุและพยานบุคคลเอาไว้ให้ดี เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเถ้าแก่เนี้ยฟาง ถ้าเกิดสถานที่เกิดเหตุถูกทำลาย พยานบุคคลหายตัวไป ผู้ต้องสงสัยฉวยโอกาสก่อความวุ่นวาย ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะเลวร้ายลง

แต่สุดท้ายแล้วนางยังคงอดทน ไม่แสดงความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่าจะดูเหตุการณ์ไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน เพราะว่านางเป็นแค่หญิงสาวจากครอบครัวทหารธรรมดาๆ คนหนึ่ง ถ้าเกิดนางทำอะไรเกินหน้าเกินตาไป กลัวว่าจะนำความยุ่งยากมาให้ชุนต้าซันภายหลังได้

นางคิดว่าหากคังเจิ้งหยวนวางแผนได้ไม่รัดกุม ตนค่อยแสร้งทำเป็นสงสัยตรงนั้นตรงนี้และลอบให้คำแนะนำกับเขา แต่ตอนนี้ดูแล้วคงไม่จำเป็น

“ใต้เท้าทั้งสองคงไม่ได้สั่งน้ำแกงปลาฟูหรงมากินใช่ไหมเจ้าคะ” จู่ๆ ความคิดนี้ก็แวบขึ้นมาจนชุนถูหมีตัวเย็น เหงื่อแตกเต็มหลัง ทำให้นางเผลอถามพวกเขาออกไป

ตาม ‘กฎหมายต้าถัง’ ถ้าเกิดผู้ถูกพิษเป็นขุนนาง จะต้องเพิ่มโทษขึ้นอีกระดับหนึ่ง แต่ถ้าคิดกลับกัน ถ้าพวกเขาสองคนได้กินน้ำแกงแล้วไม่เป็นอะไร พวกเขาจะกลายเป็นพยานชั้นดีที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ความผิดของร้านหลินสุ่ย

นางมองแล้วคิดว่าพวกเขาคงมาเลี้ยงส่งกันที่นี่ ฉะนั้นคงต้องสั่งอาหารขึ้นชื่อของร้านหลินสุ่ยมากินแน่นอน

“เป็นเรื่องเหมาะเจาะอะไรอย่างนี้” คังเจิ้งหยวนหัวเราะแล้วหันไปตอบนาง “ถ้ามีอาหารจานปลาอยู่บนโต๊ะ คาดว่าท่านแม่ทัพของพวกเราคงจะคว่ำโต๊ะเสียมากกว่า เพราะเขาเกลียดการกินปลาที่สุด”

หันอู๋เวยฟังแล้วขมวดคิ้ว เพราะคาดไม่ถึงว่าคังเจิ้งหยวนจะพูดจากระเซ้าเย้าแหย่คนก็เป็นด้วย ญาติผู้น้องคนนี้เป็นคุณชายที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยมาแต่ไหนแต่ไร แม้เวลาสนทนากับหญิงสาวชั้นสูงในเมืองหลวงที่สนิทสนมคุ้นเคยก็ยังวางท่าอยู่หลายส่วน

แล้วเหตุใดตอนนี้จึงได้พูดจาหยอกเย้านังหนูนี่ราวกับกำลังคุยกับสหาย!

อ้อ แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ในเครื่องแบบขุนนางอย่างเป็นทางการ คุยกับประชาชนแบบนี้ไม่เหมาะกระมัง?

ชุนถูหมีเองก็ประหลาดใจ แม้นางจะโพล่งถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่มีหลักมีเกณฑ์ก็จริง แต่การตอบคำถามของอีกฝ่ายก็ดูประหลาดเกินไป นางกับเขาคุ้นเคยกันตั้งแต่เมื่อไร

ครั้งที่แล้วอีตานั่นปีนกำแพงบ้านสกุลชุน แต่ก็ปีนแค่คนเดียว นางเคยเห็นแต่ท่านแม่ทัพไม่เคยเห็นท่านผู้ตรวการคนนี้เสียหน่อย ส่วนตอนอยู่ในศาลที่ไปฟังการพิจารณาคดีนั้น ทั้งหันอู๋เวยและคังเจิ้งหยวนก็ยืนหลบอยู่อีกด้านหนึ่ง ดังนั้นชุนถูหมีจึงรู้สึกว่านางเพิ่งเจอคังเจิ้งหยวนเป็นครั้งแรก

“แม่นางชุนถามเช่นนี้เพราะคิดว่าอาหารในร้านหลินสุ่ยมีปัญหางั้นหรือ” นางยังไม่ทันตอบ คังเจิ้งหยวนก็ถามขึ้นอีกประโยคหนึ่ง

ชุนถูหมียืดตัวตรงขึ้นมาด้วยความเคยชิน

ที่แท้เขากำลังรอถามคำถามนี้กับนาง การพูดจาอย่างเป็นกันเองก่อนหน้านี้เพราะต้องการให้นางเกิดความประหลาดใจแล้วคลายความระมัดระวังตัว พูดในสิ่งที่อยากจะพูดออกมา ผู้ตรวจการคนนี้ร้ายกาจนัก

“เรียนใต้เท้า” ชุนถูหมีตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง “คดีอาญา จะต้องใช้ความจริงเป็นหลักฐาน ใช้กฎหมายเป็นบรรทัดฐาน จะมาคาดเดากันไปเรื่อยเปื่อยคงไม่ได้”

คังเจิ้งหยวนนิ่งขึง รู้สึกว่าคำพูดประโยคนี้กระแทกหน้าตอบกลับมาได้แสบร้อนนัก

ส่วนหันอู๋เวยที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับกลั้นหัวเราะ มองญาติผู้น้องที่มีคารมคมคายถูกคนอื่นตอกกลับจนพูดอะไรไม่ออก ก็สะใจอยู่เหมือนกัน

“พูดได้ดี” คังเจิ้งหยวนกลบเกลื่อนใบหน้าที่แตกละเอียดอย่างรวดเร็ว กลับมาวางท่าทีอบอุ่นราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิอีกครั้ง “ดูท่าคงจะต้องรอผลการตรวจสอบออกมาก่อน” พูดแล้วก็หันไปโบมือให้หันอู๋เวยนั่งลงเพื่อรอฟังข่าว

ชุนถูหมีเป็นหญิงสาวชาวบ้านย่อมไม่มีทางเข้าไปนั่งรวมกับพวกเขา นางเลือกที่นั่งห่างออกไป ภายนอกนางดูสงบนิ่งก็จริงแต่ตอนนี้ในใจกลับวุ่นวาย รู้สึกว่าเรื่องนี้อาจไม่มีทางยุติลงง่ายๆ

“กั้วเอ๋อ...นั่งสิ” นางดึงมือกั้วเอ๋อเบาๆ “คิดว่าเราคงต้องรออีกนาน”

สกุลชุนไม่เคร่งครัดกับธรรมเนียมนายบ่าวมากนัก กั้วเอ๋อมักนั่งทำงานฝีมือหรืออ่านหนังสืออยู่บนที่นอนพร้อมกับชุนถูหมี ดังนั้นนางไม่รู้สึกขัดเขิน นางนั่งลงข้างๆ กระซิบถามว่า “คุณหนู เถ้าแก่เนี้ยฟางจะเป็นอะไรไหมเจ้าคะ”

“พูดยาก” ชุนถูหมีส่ายหน้า “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ คิดว่าคืนนี้เถ้าแก่เนี้ยฟางคงจะต้องถูกจับเข้าคุก ถ้าได้รับการพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์แล้วถึงจะถูกปล่อยตัวกลับมา”

“โธ่สวรรค์ แล้วจะทำอย่างไรดี” กั้วเอ๋อเป็นกังวล

“ดูจากเหตุการณ์แล้ว ข้อหนึ่ง... เถ้าแก่เนี้ยฟางคงไม่ได้ตั้งใจวางยาพิษฆ่าคน ถ้าเกิดจะวางยาจริงๆ คงไม่ใช้วิธีการที่โง่เขลา เลือกวางยาในร้านตัวเองอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ดังนั้น ถ้านางสามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้ก็จะไม่เป็นไร

ข้อสอง... กฎหมายของต้าถังระบุไว้ว่า ถ้าเกิดรู้ทั้งรู้ว่าอาหารนั้นมีพิษแต่ยังไม่ยอมทำลายแล้วยังเอามาขายต่อ ก็ถือว่ามีความผิดร้ายแรง

ตอนนี้ปัญหาสำคัญก็คือ ลูกค้าที่มีอาการเหล่านี้เป็นเพราะพวกเขากินน้ำแกงปลาเข้าไปจริงหรือ? เป็นไปได้ไหมว่าจะเกิดปัญหาที่วัตถุดิบ หรือในขั้นตอนการปรุง น้ำแกงปลาทำเสร็จแล้วยกออกมาให้กับแขก มีใครทำอะไรระหว่างนั้นไหม? ถ้าเกิดมีคนคิดร้ายกับเถ้าแก่เนี้ยฟางแล้วเขาจะทำเพื่ออะไร เรื่องนี้อาจเป็นความผิดพลาด หรืออาจจะเป็นการกระทำของคน เรื่องมันซับซ้อน จะให้พูดตอนนี้ก็ยังพูดไม่รู้เรื่องหรอก”

“แต่ก็มีคนตายไปแค่คนเดียว ดีไม่ดีคนผู้นั้นอาจมีปัญหาสุขภาพก็ได้ ไม่อย่างนั้นทำไมคนอื่นถึงไม่เป็นอะไรล่ะเจ้าคะ” กั้วเอ๋อถามอย่างข้องใจ

“เจ้าไม่เข้าใจ กฎหมายต้าถังเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าอาหารมีพิษแล้วตั้งใจทำให้คนกินหรือนำออกขาย ถือว่ามีความผิดในฐานเจตนาฆ่า หรือที่เรียกกันว่าความผิดสำเร็จ[1]” ชุนถูหมีเห็นกั้วเอ๋อทำหน้าตาเหลอหลา ก็รู้ว่าคำพูดเกี่ยวกับกฎหมายเหล่านี้พูดให้คนที่ไม่รู้กฎหมายฟัง ก็คงเข้าใจลำบาก จึงหยุดอธิบายกับนางเพียงเท่านี้

แต่กั้วเอ๋อได้ฟังแล้วก็รู้ว่าเหตุการณ์คงร้ายแรงไม่น้อย ใบหน้าเล็กๆ ของนางซีดเผือด ถามอย่างอยากรู้ว่า “คุณหนู... ท่านจะช่วยเถ้าแก่เนี้ยฟางไหมเจ้าคะ”

ชุนถูหมีนิ่งขึงไปนานอย่างไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรดี

ถ้าถามจริงๆ นางอยากช่วยเถ้าแก่เนี้ยฟาง ยังไม่พูดถึงว่าเถ้าแก่เนี้ยฟางได้เคยให้ความช่วยเหลือตอนที่บิดาของนางถูกจับจนพวกนางติดค้างบุญคุณเถ้าแก่เนี้ยฟาง ลำพังแค่ตัวคดี ชุนถูหมีเห็นแล้วก็อยากรับมาว่าความอย่างยิ่ง

ข้อแรกนางชอบการเป็นทนาย เป็นความชื่นชอบและเป็นความชำนาญที่นางทำได้

ข้อสอง ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางได้เกิดใหม่อีกครั้ง ให้นางได้พบพ่อและปู่อีกครั้ง นางจึงสาบานไว้ว่าจะชดใช้ความผิดในชาติที่แล้วที่นางรับว่าความเพราะเห็นแก่เงินอย่างไม่สนใจความผิดถูก ถ้าในชาตินี้นางทำความดีมากๆ ท่านพ่อและท่านปู่คงจะอยู่กันอย่างปลอดภัย นางยินดีทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวที่รักมากที่สุดสองคนในโลกนี้ นางเชื่อเรื่องโชคชะตาตั้งแต่รู้ว่าตัวเองเกิดใหม่อีกครั้ง

ทว่า การที่นางออกหน้าว่าความแทนชุนต้าซันยังพอจะอธิบายได้ เพราะตามกฎหมายต้าถัง บุตรสามารถขอความเป็นธรรมแทนบิดา ดังนั้นเรื่องที่นางปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าสาธารณชน จึงใช้คำว่ากตัญญูมาลบล้างความไม่เหมาะสมทั้งหมดลงได้ อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงดีงามให้ด้วย

แต่ถ้านางเป็นตัวแทนว่าความให้เถ้าแก่เนี้ยฟาง จะใช้ข้ออ้างอะไรดี? แม้ชุนต้าซันจะมีความสัมพันธ์อันดีกับเถ้าแก่เนี้ยฟางเพียงใด แต่ถ้าให้เขาต้องนำชื่อเสียงของลูกสาวมาแลกกับหญิงสาวที่รู้ใจ เกรงว่าเขาคงจะไม่ยินดี เพราะชื่อเสียงของทนายความหรือหมอความในยุคนี้เกือบจะอยู่ในระดับเดียวกับอันธพาล หรือนักเลงหัวไม้

------------------

[1] ความผิดสำเร็จ คือการกระทำความผิดที่สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของผู้กระทำผิด อย่างเช่นเรื่องนี้ ยกน้ำแกงออกมาแล้ว มาวางบนโต๊ะแล้ว ถึงลูกค้าจะกินหรือไม่กิน ก็ถือว่าคนผู้นั้นได้กระทำความผิดตามเจตนาของตัวเองไปแล้ว ดังนั้นในประโยคนี้ ชุนถูหมีต้องการบอกว่า ตามกฎหมายอาจถือว่าเถ้าแก่เนี้ยฟางเจตนาฆ่าคนตาย แม้จะบอกว่าคนที่ตายเพราะกินน้ำแกงมีอยู่แค่คนเดียว คนอื่นกินแล้วไม่เป็นอะไร เพราะความผิดเกิดขึ้นตั้งแต่รู้ว่าอาหารนี้มีพิษแต่ยกออกมาวางบนโต๊ะให้ลูกค้า นี่คือการทำผิดที่สำเร็จไปแล้ว จึงบอกได้ว่ามีเจตนาฆ่า ส่วนลูกค้าจะกินหรือไม่กิน กินแล้วตายหรือไม่ตาย ก็ไม่อาจนำมาอ้างได้

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee-chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 7 เดือน 14 ชั่วโมงที่แล้ว

รีวิว