ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-40 เหมือนปล่าปักเป้างั้นรึ?

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

40 เหมือนปล่าปักเป้างั้นรึ?

อันที่จริง นางเข้าใจจิตใจนางสวีซื่อได้เป็นอย่างดี

เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากให้ผู้ชายของตนไปมีความรู้สึกดีๆ กับหญิงอื่น

เถ้าแก่เนี้ยฟางเคยให้ความช่วยเหลือตอนที่สกุลชุนลำบากอย่างเต็มที่ ดังนั้นการตอบแทนบุญคุณของนางจึงเป็นเรื่องที่สมควร นางสวีซื่อจะใจคอคับแคบก็ควรจะดูกาลเทศะ มีบุญคุณก็ต้องตอบแทน มีความแค้นก็ต้องชำระ คนเราเกิดมาก็ควรมีความอดทนกับสิ่งที่ตัวไม่ชอบเสียบ้างสิ

อีกอย่างชุนต้าซันเป็นคนดีมีคุณธรรม เขาไม่มีทางทำตัวเละเทะสำส่อนนอกบ้านอยู่แล้ว การช่วยเถ้าแก่เนี้ยฟางก็เป็นเรื่องที่เขากระทำการอย่างเปิดเผย ไม่ได้หลบๆ ซ่อนๆ ในฐานะที่เป็นภรรยานางสวีซื่อควรจะเชื่อใจในตัวสามี

“คุณหนูฉลาดเหลือเกินเจ้าค่ะ” กั้วเอ๋อประจบทันที “รออีกเดี๋ยวดีไหมเจ้าคะ ตอนนี้อากาศเย็น แป๊บเดียวอาหารที่อุ่นเอาไว้คงก็เย็นหมด”

“ไปตั้งโต๊ะเถอะ ฮูหยินเขาก็แค่เปลี่ยนวิธีเรียกร้องความสนใจจากท่านพ่อ ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้หรอก ถ้าเกิดนางไม่จบไม่สิ้นจริงๆ ข้าจะไปตะโกนเรียกอยู่นอกห้อง อย่างไรเสียท่านพ่อก็ต้องรีบหาทางออกมา”

“ต้องให้ฮูหยินจ่ายเงินให้พวกเราบ้างแล้ว นายท่านผู้เฒ่าเคยบอกแล้วว่าเราทั้งสองฝ่ายต้องแยกของกินของใช้กันอย่างเด็ดขาด แต่สองวันนี้นางไม่ได้ติดเตาทำครัว เอาแต่ซื้อของข้างนอกมากิน พอนายท่านกลับมาตอนเย็น ก็มากินข้าวกับคุณหนู แม้จะบอกว่าการกตัญญูต่อบิดาเป็นเรื่องสมควร แต่เราจะปล่อยให้ฮูหยินเอาแต่ได้ฝ่ายเดียวไม่ได้นะเจ้าคะ” กั้วเอ๋อวิ่งไปพูดไป

ชุนถูหมีรออยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นกั้วเอ๋อจัดอาหารในห้องโถงใหญ่เรียบร้อยแล้ว ชุนต้าซันยังไม่ออกมา จึงเดินไปตะโกนอยู่หน้าลานบ้านว่า “ท่านพ่อ อุ่นอาหารไปแล้วรอบหนึ่ง ถ้าท่านยังไม่ออกมากิน อาหารจะเย็นหมดนะเจ้าคะ กระเพาะท่านไม่ค่อยดีอยู่ด้วย ถ้าปวดท้องขึ้นมาอีกจะแย่เอานะ”

เมื่อครู่ยังมีเสียงต่อว่าต่อขานดังแว่วๆ มาจากห้องตะวันออก แต่เมื่อชุนถูหมีเอ่ยปาก เสียงนั้นก็เงียบหายไป จากนั้นชุนต้าซันก็เดินออกมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เมื่อเห็นลูกสาวยืนอยู่ก็ดูกระอักกระอ่วนใจ พยายามสะกดความโมโหไม่ให้ระเบิดออกมา

ชุนถูหมีแสร้งทำเป็นไม่เห็น ดึงตัวชุนต้าซันเดินไปห้องโถงใหญ่ “ท่านพ่อเร็วหน่อย วันนี้ข้ากับกั้วเอ๋อทำกับข้าวเองนะ มีผักกุ้ยช่ายผัดไข่ แล้วก็มีหัวไช้เท้าต้มกับลูกชิ้นเนื้อแพะ ท่านพ่อกินตอนร้อนๆ จะได้ไล่ความเย็นในตัวออกไปได้บ้าง”

หัวไช้เท้าหรือหัวผักกาดเป็นผักที่มีนักบวชนำมาปลูกในแผ่นดินต้าถัง จากนั้นนำมาเป็นของบรรณาการถวายให้กับฮ่องเต้ ทำให้ราชสำนักส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกผักชนิดนี้มากขึ้นจนกลายเป็นผักพื้นฐานที่กินกันแทบทุกบ้าน

ชุนต้าซันรู้สึกสบายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของลูกสาวดูเหมือนจะไม่รู้ว่าเขาทะเลาะกับนางสวีซื่อ ก่อนหน้านี้กั้วเอ๋อจุดฟืนใส่กะละมังให้ความอบอุ่นในห้อง เมื่อปัดผ้าม่านกั้นประตูขึ้นไอร้อนจึงลอยมาปะทะ พอกินน้ำแกงร้อนๆ ที่ใส่แผ่นแป้งที่ลูกสาวเป็นคนบิให้กับมือแล้วชุนต้าซันก็รู้สึกว่าร่างกายอบอุ่น สบายใจมากขึ้น

หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว กั้วเอ๋อเข้ามาเก็บจานชาม ปล่อยให้สองพ่อลูกนั่งคุยกันไป

“เรื่องเถ้าแก่เนี้ยฟาง...” ชุนถูหมีเกริ่นถาม

ชุนต้าซันถอนใจ “จำขุนนางที่สูงโปร่งคนนั้นได้หรือไม่ เขาผู้นั้นที่จริงแล้วรับราชโองการเป็นผู้ตรวจการด้านงานราชทัณฑ์จากฝ่าบาท นามว่าคุณชายคังเจิ้งหยวนหรือใต้เท้าคัง เถ้าแก่เนี้ยฟางนี่โชคร้ายจริงๆ เกิดคดีใหญ่ขึ้นระหว่างที่ใต้เท้าคังมาเยี่ยมเมืองเราพอดี”

ชุนถูหมีรู้ตั้งแต่แรกว่าคังเจิ้งหยวนเป็นใคร จึงไม่ประหลาดใจ นางถามต่อไปว่า “เขาคิดจะลงโทษนางงั้นหรือเจ้าคะ”

กฎหมายประเทศจีนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการตั้งข้อหามากกว่าการกำหนดบทลงโทษ การตั้งข้อหาคือการจะพิจารณาว่าผู้กระทำความผิดทำผิดด้วยข้อหาอะไรนั้น เรื่องนี้จะต้องกระทำอย่างเข้มงวด เคร่งครัดตามตัวบทกฏหมาย ส่วนการกำหนดบทลงโทษ ผู้พิพากษามีอิสระในการพิจารณาได้มากกว่า

แต่กฎหมายของยุคโบราณ ผู้พิพากษามีอิสระในการตั้งข้อหาอย่างมาก การตั้งข้อหาของคนยุคโบราณต้องพิจารณาไปถึงขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ของท้องถิ่นและประเทศรวมเข้าไปด้วย ดังนั้นคดีที่หนึ่งๆ อาจถูกกำหนดข้อหาที่ไม่เหมือนกันอยู่หลายข้อหา ผลลัพธ์ที่ตามมาก็แตกต่างกันในแต่ละข้อหา บทลงโทษก็จะแตกต่างและหลากหลายอย่างสิ้นเชิง

ชุนต้าซันส่ายหน้า “วันนี้ใต้เท้าคังยังไม่ได้ขึ้นบัลลังก์ไต่สวนคดี แต่ก็นั่งฟังคำให้การอยู่ตลอด เขาเลือกพยานชุดแรก แล้วถามคำถามแต่ละคนด้วยตัวเอง แต่เพราะมีท่านแม่ทัพอยู่ด้วย พ่อเลยได้อยู่ฟังการไต่ถามจนจบ... แต่จากที่ฟังคร่าวๆ ก็พอรู้สึกได้ว่าผลลัพธ์อาจจะไม่ค่อยดีสำหรับเถ้าแก่เนี้ยฟางสักเท่าไหร่”

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” แม้ชุนถูหมีจะรู้สึกแปลกๆ ที่คังเจิ้งหยวนอนุญาตให้ชุนต้าซันอยู่ด้วยในระหว่างที่เขาซักถามพยาน แต่ความสนใจทั้งหมดของนางตอนนี้อยู่ที่คดี จึงไม่ได้สนใจกับรายละเอียดปลีกย่อย

“นอกจากจ้าวเหล่าชีที่ตายไป ลูกค้าคนอื่นๆ ที่อาเจียนก็มีอาการแบบเดียวกันหมด ท่านหมอเหวินตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว สรุปได้ว่าพวกเขากินอาหารที่เป็นพิษเข้าไป เพียงแต่ไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ กินยาต้มที่แก้พิษไม่กี่เทียบอาการก็จะดีขึ้นในไม่ช้า” ชุนต้าซันเล่าอย่างละเอียด ตั้งแต่เขาได้รับการตัดสินปล่อยตัวจากคดีครั้งก่อนก็เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เห็นลูกสาวที่อายุแค่สิบสี่ปีคนนี้เป็นที่พึ่งพาได้

“เป็นเพราะน้ำแกงปลางั้นหรือเจ้าคะ” ชุนถูหมีถามต่อ

“ถูกต้อง เพราะลูกค้าที่ไม่ได้กินน้ำแกงปลา ไม่มีอาการอะไรเลย อีกทั้งจากเศษอาหารที่อาเจียนออกมา ก็ตรวจดูแล้วว่าไม่มีของแปลกปลอมอย่างอื่น รวมถึงอาหารที่จ้าวเหล่าชีอาเจียนออกมาด้วย”

“มีของมีพิษในห้องครัวหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่มี ในครัวสะอาดสะอ้าน เครื่องปรุงเครื่องเทศที่มีอยู่ทั้งหมดก็นำไปตรวจสอบดูแล้ว น้ำแกงปลาเป็นฝีมือของเถ้าแก่เนี้ยฟาง ชามที่ใส่น้ำแกงมีฝาปิดด้านบน จะเปิดออกก็ตอนที่นำมาถึงโต๊ะลูกค้าเท่านั้น ดังนั้นตอนที่คนงานยกขึ้นมา พวกเขาไม่มีทางใส่ยาพิษได้” ชุนต้าซันนิ่วหน้า “เนื้อปลาที่ใช้ปรุงอาหารจึงมีความเป็นไปได้มากที่สุด”

“ปลามีปัญหาแล้วเถ้าแก่เนี้ยฟางไม่รู้เรื่อง นางก็ไม่มีความผิดอะไร อย่างมากก็แค่ปรับเงินเท่านั้น” ชุนถูหมีได้ยินแล้วอยากจะถอนใจอย่างโล่งอก แต่เมื่อเห็นชุนต้าซันยังนั่งหน้านิ่วพลันเกิดความวิตก “หรือว่ามีอะไรนอกเหนือจากนี้ ตามหลักแล้ว ตอนนี้ควรจะไปนำตัวคนขายปลามาไต่สวน หรือไม่ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ เถ้าแก่เนี้ยฟางรู้หรือไม่ว่าปลามีปัญหา”

กฎหมายปัจจุบันที่พูดถึงสิทธิมนุษยชนกับกฎหมายโบราณที่ไม่มีเรื่องสิทธิมนุษยชน มีความแตกต่างกันมากที่สุดตรงที่ กฎหมายปัจจุบันจะเห็นว่าจำเลยหรือผู้ถูกฟ้องร้องยังเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อนที่การพิจารณาความผิดจะถึงที่สุด ดังนั้นจึงเรียกผู้ที่ถูกฟ้องร้องว่าเป็นผู้ต้องสงสัย ส่วนกฎหมายโบราณ จะคิดไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้มีความผิด จึงเรียกว่าผู้ร้ายหรือนักโทษ ดังนั้นสภาพแวดล้อมในการต่อสู้คดีความของสมัยโบราณ จึงสร้างความยุ่งยากให้กับทนายหรือหมอความมากกว่าในสมัยปัจจุบัน

“เจ้าไม่เข้าใจ เพราะว่าเจ้าไม่รู้จักวัตถุดิบที่ใช้ทำน้ำแกงปลาฟูหรง” ชุนต้าซันอธิบายต่อ “คนส่วนใหญ่ทำน้ำแกงปลาจะใช้ปลาจากแม่น้ำ เพราะว่าปลาทะเลมีกลิ่นคาวมากกว่า พอจับมาได้ยังต้องใช้เวลาขนส่งกว่ามาถึงมือ จึงหาปลาที่ยังเป็นๆ ได้ยาก ดังนั้นการนำปลาทะเลมาประกอบอาหารส่วนใหญ่จะใช้การอบ การทอด หรือไม่ก็เอาไปนึ่งมากกว่า มีแต่เถ้าแก่เนี้ยฟางที่ใช้ปลาทะเลมาทำน้ำแกงปลาแล้วได้รสชาติที่สดใหม่ยิ่งกว่าใช้ปลาแม่น้ำเสียอีก นอกจากไม่มีกลิ่นคาวแล้วยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ติดมาด้วย ไม่เช่นนั้นทำไมอาหารจานนี้ของนางถึงได้ทั้งแพงทั้งมีชื่อเล่า อีกอย่างหนึ่งปลาที่เถ้าแก่เนี้ยฟางใช้ ยังเป็นปลาหมัก”

“เป็นปลาทะเลจากที่ไหน แถวบ้านเราไม่ติดทะเลนี่นา” ชาติที่แล้วของชุนถูหมีไม่ชอบกินอาหารทะเล หลังจากกลับชาติมาเกิดใหม่ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี นางจึงไม่สนใจหาความรู้เรื่องปลาสักเท่าไร

“ปลาไถปา ห่างออกไปสามร้อยลี้ มีอำเภอเล็กๆ ชายทะเลที่ใช้ลำเลียงเสบียงทหาร ในละแวกนั้นมีแม่น้ำที่เป็นเส้นทางการขนส่งไปได้ทั้งทางเหนือ ทางใต้ และคลองหย่งฉีมารวมตัวกันกับน้ำทะเลยด้วย ชาวบ้านเรียกบริเวณนั้นว่าปากแม่น้ำสามทิศ พ่อค้าจะนำปลาไถปาที่หมักเรียบร้อยแล้วมาเร่ขาย เดิมทีพ่อก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน แต่ตอนบ่ายที่ใต้เท้าคังไต่สวนเรื่องนี้ จึงรู้ว่าปลาชนิดนี้มีรสชาติดีก็จริงแต่เวลานำมาประกอบอาหารจะต้องระวังอย่างมาก เพราะหากทำผิดขั้นตอนอาจก่อให้เกิดพิษได้ โดยเฉพาะเนื้อที่อยู่บนหลังของมัน”

ชุนถูหมีฟังอย่างตะลึง เข้าข่ายเดียวกับการกินปลาปักเป้างั้นรึ?

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee-chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว