ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-33 ไปเยี่ยมเถ้าแก่เนี้ยฟาง

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

33 ไปเยี่ยมเถ้าแก่เนี้ยฟาง

แต่ถ้าเกิดมีโอกาสนางก็อยากให้สกุลชุนได้เปลี่ยนจากชนชั้นทหารไปเป็นอย่างอื่น

เพราะนี่เป็นความหวังของท่านปู่และท่านพ่อ อีกทั้งท่านพ่อของนางยังหนุ่มแน่น ไม่นานคงจะมีลูกชาย ระบบชนชั้นนั้นสืบทอดจากพ่อสู่ลูก ถ้าพ่อเป็นทหารลูกก็ต้องเป็นทหารและไม่อาจแยกบ้านกันได้ เมื่อคิดถึงน้องชายที่พอเกิดมาปุ๊บก็ต้องมาเป็นทหารปั๊บ พี่สาวอย่างนางก็รู้สึกปวดใจ

“ถูกต้อง ถูหมีของพ่อฉลาดที่สุด แค่ฟังก็เข้าใจแล้ว” ชุนต้าซันยิ้ม “แม่ทัพน้อยเป็นทายาทของเสียนอ๋อง ดังนั้นเขาจะรับสืบทอดตำแหน่งท่านอ๋องคนต่อไป”

“เสียนอ๋อง” ชุนถูหมีพบว่านางยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องในยุคสมัยนี้

“ท่านอ๋องเป็นพระอนุชาแท้ๆ ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ได้ยินว่าฮ่องเต้กับเสียนอ๋องมีความผูกพันกันมาตั้งแต่เล็ก จนถึงบัดนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น”

“อ้อ หลายชายแท้ๆ ของฮ่องเต้นี่เอง” ชุนถูหมีพูดอย่างไม่รู้สึกยำเกรงแต่อย่างใด

มิน่า หมอนี่ถึงได้เป็นใหญ่เป็นโตทั้งๆที่อายุยังไม่มาก

สังคมที่นางอยู่เป็นสังคมคนละระดับกับอ๋องเอิ๋งอะไรนั่น ถึงแม้บิดาของนางจะได้เลื่อนตำแหน่ง ครอบครัวของนางและคนผู้นั้นก็ยังไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอยู่ดี ดังนั้นคนแซ่หันจะเป็นอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวกับนาง

แม่ทัพหัน-แม่ทัพประจำมณฑลคนต่อไป แม้ว่าตอนนี้จะมีตำแหน่งเป็นแค่ขุนนางขั้นสี่ระดับล่าง แต่ก็ยังใหญ่กว่าบิดาของนางที่เป็นเพียงขุนนางขั้นเก้าชั้นโทระดับล่าง นับว่าทั้งคู่ห่างชั้นกันมากราวกับมาจากคนละฟากฟ้า อีกหน่อยเขายังรอจ่อตำแหน่งแม่ทัพใหญ่เสียด้วย

เขาทำให้นางคิดถึงโจวอวี่[1]

ได้ยินมาว่าโจวอวี่ก็เป็นชายหนุ่มหน้าตาเหล่อเหลา นางคิดว่าใบหน้าดุๆ ของแม่ทัพหันคนนั้นคงไม่น่าจะใกล้เคียงกับโจวอวี่ บิดารูปงามของนางต่างหากที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น ‘โจวอวี่วัยกลางคน’ ได้อย่างสบายๆ

นางมองชุนต้าซัน ยิ้มให้อย่างภาคภูมิใจ ชุนต้าซันเห็นลูกสาวอารมณ์ดีก็อยากจะเล่าเรื่องน่าสนใจข้างนอกให้นางได้ฟังอีก “จริงสิ หลายวันก่อนอำเภอฟ่านหยางของเรามีโอกาสต้อนรับบุคคลสำคัญผู้หนึ่งเชียวนะ ท่านผู้นั้นเป็นคนหนุ่มหน้าตาดีมากความสามารถ ชาติกำเนิดก็สูงส่ง”

“ใครหรือเจ้าคะ” ชุนถูหมีให้ความสำคัญกับการสร้างสัมพันธภาพระหว่างพ่อลูกอย่างยิ่ง นางพยายามให้ความสนใจเรื่องที่เขาเล่า

“คุณชายคังเจิ้งหยวน เป็นผู้ตรวจการที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์มาตรวจการด้านงานราชทัณฑ์” ชุนต้าซันกลัวว่าชุนถูหมีจะไม่เข้าใจจึงอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด

“แม้ราชวงศ์ถังจะได้ครอบครองผืนแผ่นดินจากการทำศึกสงคราม และก่อนที่ฮ่องเต้จะขึ้นครองบัลลังก์ก็เคยเป็นแม่ทัพนำทหารออกรบมาก่อน แต่หลังจากเป็นฮ่องเต้แล้วพระองค์ก็ทรงใช้ความเมตตากรุณาในการปกครองแผ่นดิน ให้ความสำคัญกับนักโทษที่ถูกจำคุกอย่างยิ่ง แต่ละปีจะต้องมีรับสั่งให้ขุนนางสำคัญเป็นผู้ตรวจการด้านงานราชทัณฑ์ลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อป้องกันการตัดสินคดีที่ผิดพลาดหรือดึงคดีเอาไว้จนล่าช้า ดังนั้นคนที่ถูกเลือกเป็นผู้ตรวจการ จะเป็นขุนนางที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัย ท่านเหล่านั้นมีตำแหน่งไม่สูงมากแต่มีอำนาจในมือมหาศาล คำพูดของพวกเขาเป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ยอมรับ คุณชายคังผู้นี้อายุไม่มากนัก เพิ่งจะยี่สิบปี อายุน้อยกว่าท่านแม่ทัพหนึ่งปีด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วทั้งสองคนยังเกี่ยวดองเป็นญาติกันอีกด้วย คุณชายคังเป็นหลานฝั่งนอกของฮ่องเต้ เป็นบุตรชายฝั่งพระพี่นางของฝ่าบาท”

อืม เชื้อพระวงศ์รุ่นที่สองที่เปล่งประกายวิบวับไปทั้งตัว เป็นคนหนุ่มสองคนที่มีฐานะสูงที่สุดในแผ่นดินต้าถัง

ชุนถูหมีฟังอย่างแปลกใจ แต่ก็เป็นแค่ความแปลกใจเท่านั้น

เพราะนางไม่สนใจจึงไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าไร นางกำลังคิดไปถึงอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องเจ้าพนักงานฝ่ายราชทัณฑ์ที่สวีเหล่าไท่ไท่เชิญมาเพื่อเจรจากับคนที่ว่าการอำเภอแล้วนางรีบให้คนไปขวางไว้ ตอนนั้นโชคดีที่มีขุนนางระดับหัวหน้าต้องการดูเอกสารเกี่ยวกับคดีความทั้งหมดจึงเป็นเหตุให้ที่ว่าการอำเภอต้องยุ่งวุ่นวายกับการจัดการเอกสาร จนทำให้คนของนางขวางเจ้าพนักงานคนนี้ได้สำเร็จ ถ้าพูดเช่นนี้แสดงว่าคังเจิ้งหยวนคนนี้ได้ให้การช่วยเหลือนางอย่างไม่ตั้งใจ

“วันนี้ท่านพ่อไปขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยฟางที่ร้านหลินสุ่ยหรือยังเจ้าคะ” จู่ๆ ชุนถูหมีคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

“วันนี้พ่อเสียเวลาอยู่ในกรมทั้งวัน พรุ่งนี้ค่อยไปก็แล้วกัน” ชุนต้าซันถอนใจ จากนั้นก็ดูกระฉับกระเฉงขึ้นมา “พรุ่งนี้พ่อจะพาเจ้าไปด้วยกันดีไหม เจ้าก็รู้ว่าอาหารขึ้นชื่อของร้านหลินสุ่ยก็คือน้ำแกงปลาฟูหรง เถ้าแก่เนี้ยฟางเป็นคนลงมือทำเอง เป็นสูตรลับที่ไม่ถ่ายทอดให้คนนอก ถ้าคนอื่นจะกินก็ต้องสั่งจองล่วงหน้า แม้จะเป็นขุนนางระดับสูงหรือพ่อค้าร่ำรวยก็ต้องจองทั้งนั้น แต่พวกเราไม่เหมือนพวกนั้น เราจะไปเมื่อไรก็ได้”

ได้ยินชุนต้าซันพูดเช่นนี้ชุนถูหมีก็เหลือบมองบิดาอย่างรวดเร็ว นางเห็นสีหน้าของชุนต้าซันมีความหวานชื่นแฝงอยู่ ความหวานชื่นกับความภาคภูมิใจเล็กๆ ของเขานั้นแสดงออกอย่างเปิดเผยไม่ปิดบัง ทำให้ชุนถูหมีเกิดความสนใจใคร่รู้ในความสัมพันธ์ระหว่างชุนต้าซันและเถ้าแก่เนี้ยฟางขึ้นมา

เป็นแค่คนรู้ใจเท่านั้นหรือ?

ดูราวกับไม่ใช่ความรักที่หลบๆ ซ่อนๆ แต่กระนั้นก็รู้สึกถึงความคลุมเครือในความสัมพันธ์ของทั้งสอง อีกทั้งท่านพ่อของนางยังกล้าแสดงออกอย่างเปิดเผยเช่นนี้อีก เพราะชุนถูหมีไม่มีความทรงจำของร่างเดิม แต่ถึงแม้จะมีความทรงจำเดิมอยู่ ความสัมพันธ์ที่แม้แต่คนในยุคปัจจุบันอย่างนางยังดูแล้วไม่เข้าใจ แล้วสาวน้อยชุนถูหมีคนเดิมจะเข้าใจได้หรือ

“คงจะแพงมากสินะเจ้าคะ ข้าหมายถึงน้ำแกงที่ว่านี่” นางลองหยั่งเชิง

“ถ้าเจ้าไปกินนางจะเก็บเงินได้หรือ” ดวงตาที่ทั้งกลมทั้งมีประกายสดใสของชุนต้าซันเบิกกว้าง “ไม่ต้องห่วง วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารชนิดนี้ไม่แพง สำคัญที่ฝีมือคนทำ มีแต่นางเท่านั้นที่สามารถทำให้ปลาหมักมีรสชาติสดใหม่เสียยิ่งกว่าปลาสดๆ อีกทั้งยังไม่มีกลิ่นคาว นางไม่ได้ใส่กลีบดอกไม้หรือเครื่องเทศอย่างอื่น แต่ก็มีรสอร่อยอย่าบอกใคร ซ้ำยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ด้วย นี่เป็นอาหารจานเด็ดของร้านหลินสุ่ย แม้แต่เด็กที่ไม่ชอบกินปลาอย่างเจ้าก็ยังชอบกินน้ำแกงปลาฟูหรงนี่นะ”

ข้าชอบกินน้ำแกงปลาฟูหรง ข้าชอบกินน้ำแกงปลาฟูหรง... เรื่องนี้ต้องจำเอาไว้!

“แสดงว่ามีเหตุผลที่แพงใช่หรือไม่” ชุนถูหมีพยักหน้ารับ “ได้ พรุ่งนี้ข้าจะไปพร้อมกับท่านพ่อ พวกเราไปถึงก่อนกินข้าวเที่ยงแล้วก็บากหน้าขอข้าวกินที่นั่นเลย”

นางพูดอย่างคนหน้าไม่อายแต่ทำหน้าตาทะเล้นซึ่งชุนต้าซันเห็นแล้วก็รู้สึกอบอุ่นใจ ตอนนี้ชุนถูหมีอยากจะพบหน้าหนึ่งในสองสาวงามในตำนานของอำเภอฟ่านหยางอย่างเถ้าแก่เนี้ยฟางจริงๆ หลังจากนางกลับห้องแล้วก็เรียกให้กั้วเอ๋อมาช่วยยกหีบใส่เสื้อผ้า ค้นผ้าขึ้นมาพับหนึ่งเตรียมมอบให้เถ้าแก่เนี้ยฟางพรุ่งนี้

ผ้าพับนี้เป็นของที่สกุลสวีมอบให้นางอย่างคนมีชนักปักหลังหลังจากที่นางได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตาย ดูไปแล้วน่าจะเป็นของดีมีราคา ชุนถูหมีคิดว่าถ้าไม่เอาเลยก็เสียดาย หลังจากวิญญาณนางเข้าร่างใหม่ นางจึงห้ามไม่ให้ท่านปู่ส่งมันกลับไปในขณะที่ท่านกำลังโกรธจัด แล้วเก็บเอาไว้เสียเอง

ของแพงทิ้งไปก็โง่สิ... เห็นไหม ตอนนี้ก็ได้ใช้แล้ว

ถ้านางไม่เป็นคนจัดการ คิดว่าท่านพ่อที่มักจะซื่อบื้อไม่รู้อะไรอยู่คงจะไปหาเถ้าแก่เนี้ยฟางมือเปล่าพร้อมกับคำขอบคุณเท่านั้น แค่นั้นยังไม่พอยังจะไปขอข้าวเขากินเปล่าๆ ถึงจะบอกว่าคุ้นเคยจนไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร แม้จะบอกว่าเถ้าแก่เนี้ยฟางเป็นคนใจกว้าง ไม่คิดมาก แต่อย่างไรนางก็ยังเป็นผู้หญิง

เอาใจเข้าไว้น่าจะดีกว่า

เวลาเที่ยงของวันรุ่งขึ้น

สองพ่อลูกสกุลชุนแต่งตัวเรียบร้อย พากั้วเอ๋อออกจากบ้าน โดยทำเป็นมองไม่เห็นสายตาตัดพ้อต่อว่าของนางสวีซื่อ

วันนี้ชุนต้าซันสวมเครื่องแบบทหารที่ไม่เป็นทางการ ทำให้ดูงามสง่ามากขึ้นกว่าเดิม จึงไม่แปลกที่จะเป็นที่ถูกตาต้องใจของสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองจนถึงกับชม้ายชายตาให้เขาไม่ขาดสาย

ส่วนชุนถูหมีและกั้วเอ๋อไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายบุรุษแบบชาวหูเหมือนวันก่อนๆ วันนี้พวกนางสวมเสื้อผ้าแบบผู้หญิง เนื่องจากมีชุนต้าซันออกไปด้วย

กั้วเอ๋อสวมเสื้อนวมเนื้อหนาสีเขียวต้นหอม ชายเสื้อและชายกระโปรงปักดอกไม้สีเหลืองเป็นช่อเล็กๆ ทำผมเป็นมวยสองข้าง ปักดอกท้อประดิษฐ์จากผ้าดอกเล็กๆ อยู่ที่มวยผมสองข้าง ดูแล้วสมกับเป็นเด็กสาวที่อยู่ในวัยสดใสร่าเริง

ชุนถูหมีสวมชุดกระโปรงสีส้มอมแดง ทับด้วยเสื้อที่ไม่มีแขนสีแดงอิ๋นจู[2]พิมพ์ลาย คลุมด้วยผ้าคลุมไหล่สีเดียวกันอีกผืนหนึ่ง นางทำผมเป็นทรงก้นหอยง่ายๆ ชุนถูหมีไม่ชอบทำผมทรงซับซ้อนที่ต้องใช้ผมปลอมมาติดอยู่บนศีรษะจนดูหรูหราอลังการ ในเมื่อชุนต้าซันใจร้อนมอบของขวัญวันเกิดให้นางล่วงหน้า นางก็ใจร้อนใช้มันก่อนที่จะถึงวันเกิดเสียเลย นางยังติดเครื่องประดับศีรษะซึ่งเป็นหยกเขียวชิ้นเล็กๆ อยู่ข้างๆ จนดูแล้วเหมือนเจ้าแมลงสีเงินกำลังบินตอมใบไม้สีเขียว น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก

--------------------------------

[1] โจวอวี่ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ โจวยี่ บุคคลสำคัญคนหนึ่งในเรื่องสามก๊ก

[2] เป็นสีแดงชนิดหนึ่งที่ได้จากแร่ธาตุในก้อนหินชนิดหนึ่งนำมาผสมผงกำมะถันกับปรอท สามารถนำไปทำยารักษาโรคได้

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee-chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 4 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 4 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว