ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-5. หาเบาะแส (ขอลงล่วงหน้าสำหรับตอนที่ 5-18 เพราะอาทิตย์หน้าเราไม่อยู่)

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

5. หาเบาะแส (ขอลงล่วงหน้าสำหรับตอนที่ 5-18 เพราะอาทิตย์หน้าเราไม่อยู่)

เสี่ยวฉินรีบคุกเข่าลงอย่างลนลาน แก้ตัวปากคอสั่น “คุณหนู บ่าวสมควรตาย ต่อไปบ่าวไม่กล้าพูดมากแล้วเจ้าค่ะ”

“ว่ามา เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ชุนถูหมีพยายามระงับความโกรธ

ชาติก่อนนางเป็นทนายความที่เก่งกาจ มีนิสัยชอบเอาชนะ ไม่ใช่คนที่จะยอมลงให้คนอื่นง่าย ๆ

ซีรี่ส์ทางฝั่งอเมริกามักนำเสนอบุคลิกของทนายความว่าเป็นเหมือนฉลามที่พอเจอหน้าผู้อื่นก็แยกเขี้ยวใส่ ดุร้ายอย่างไรนางก็ดุยิ่งกว่าเสียอีก

แต่การขึ้นศาลหรือที่นี่เรียกว่า ‘การว่าความ’ นั้นก็เหมือนการออกรบที่ต้องพิสูจน์ความสามารถ พิสูจน์ความกล้าหาญและสติปัญญาที่แท้จริง ไม่ใช่มาโต้เถียงกันด้วยเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งในครอบครัวอย่างนี้ อีกอย่างหนึ่ง แม้นางจะชำนาญเรื่องว่าความ มีความสามารถในการหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม คิดแผนร้าย เล่นตุกติก จิกไม่ปล่อยก็จริง แต่ก็ไม่ชำนาญการโต้เถียงเสียงดังแบบผู้หญิง อีกทั้งยังเกลียดมากด้วย

สกุลชุนเป็นครอบครัวเล็ก ๆ มีนายสามคน บ่าวสามคน มีคนในบ้านทั้งหมดแค่หก แต่ก็ยังมีเรื่องขัดแย้งมากมายก่ายกอง ถ้าได้เกิดใหม่ในบ้านผู้ดีมีเงินหรือตระกูลใหญ่กว่านี้นางไม่รำคาญตายหรอกหรือ ถ้าหากมีเวลาว่างแล้วลองพิจารณาสถานการณ์ภายในบ้าน นางจะพบว่าตอนนี้ตนมาอยู่ในครอบครัวที่ไม่ค่อยสงบสุขเท่าไหร่นัก แต่ช่างเถอะ... ตอนนี้ชุนถูหมีไม่มีเวลาจะไปสนใจอะไร

“เมื่อครู่คุณหนูสั่งให้บ่าวไปหาคนมาช่วย บ่าวจึงนำความไปบอกกับร้านอาหารหลินสุ่ยแล้ว” เสี่ยวฉินก้มหน้า “เถ้าแก่เนี้ยฟางเรียกให้พี่เสี่ยวจิ่วไปดูเหตุการณ์ที่ที่ว่าการอำเภอ แล้วบอกว่าจะกลับมาส่งข่าวทีหลัง แต่กั้วเอ๋อไม่ยอมรอ บอกว่าจะต้องไปดูด้วยตัวเองให้ได้ ทำแบบนี้มันใช้ที่ไหน ไหว้วานคนอื่นเขาแล้วยังจะต้องไปเร่งรัดอยู่เรื่อย ๆ คนอื่นเขาจะคิดอย่างไร ดังนั้นบ่าวจึงไม่ยอมให้นางไป นางก็ไม่ฟัง พูดไปพูดมาก็เลยทะเลาะกัน บ่าวไม่ดีเองที่ทำให้คุณหนูต้องออกมาปราม”

พี่เสี่ยวจิ่วเป็นคนงานในร้านหลินสุ่ย คุ้นเคยกับสกุลชุนเป็นอย่างดี เป็นเด็กหนุ่มอายุสิบหกปีที่คล่องตัว ได้รับความไว้วางใจจากเถ้าแก่เนี้ยฟางเป็นอย่างมาก ถ้าหากส่งคนผู้ นี้ไปแสดงว่าเถ้าแก่เนี้ยฟางให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ยิ่งนัก ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ... ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเถ้าแก่เนี้ยฟางกับชุนต้าซัน หากนางไม่กระตือรือร้นนี่สิถึงจะแปลก

“วันนี้ที่บ้านเราเกิดเรื่อง ความผิดของเจ้าให้จดเอาไว้ก่อนแล้วค่อยทำโทษทีหลัง เจ้ากลับเข้าไปรับใช้ฮูหยินเถอะ เรื่องตรงนี้ให้เป็นหน้าที่ข้าเอง” ชุนถูหมีเหลือบมองกั้วเอ๋อแวบหนึ่ง มิได้ตำหนินางแต่อย่างใด

แม้เสี่ยวฉินไม่พอใจก็ไม่กล้าพูดมาก ทำความเคารพชุนถูหมีอย่างหงุดหงิดใจก่อนก้าวเร็ว ๆ จากไป ตอนนี้ชุนถูหมีจึงได้ทำหน้าตึงสั่งสอนสาวใช้คนสนิท “กั้วเอ๋อ นิสัยที่เก็บความรู้สึกไม่อยู่ ปากคอร้ายกาจอย่างเจ้า ควรจะแก้ไขได้แล้วนะ”

กั้วเอ๋อรู้ว่าเมื่อครู่นางโมโหจนพูดจาไม่ทันคิด จึงก้มหน้ายอมรับผิด “คุณหนู บ่าวผิดไปแล้ว ก็บ่าวสงสัยว่าพวกนางสองนายบ่าวจะแกล้งผิดคำสั่งคุณหนู หรือไม่ก็ไม่ได้ไปหาเถ้าแก่เนี้ยฟาง ก็เลยอยากจะไปดูให้รู้แน่เจ้าค่ะ”

“ข้ารู้ว่าเจ้าร้อนใจ พ่อข้าเกิดเรื่องอย่างนี้ข้าไม่ร้อนใจงั้นหรือ แต่เจ้าจะพูดมากทำเป็นปากไม่มีหูรูดไม่ได้” ชุนถูหมีกดเสียงต่ำสั่งสอนกั้วเอ๋อ

“แม้ฮูหยินจะแต่งเข้ามาอย่างไม่งามสง่านัก แต่คนที่รู้เรื่องก็มีแต่พวกเราสองครอบครัว วันนี้เจ้าตะโกนออกมา คนที่ขายหน้าไม่เพียงแต่เป็นสกุลสวี ยังมีพ่อข้าอีก คิดดูสิว่าสกุลชุนเราจะไม่เสียหายหรือ อีกอย่าง สิ่งที่เจ้าได้ก็แค่ความสะใจชั่วขณะ แต่เสี่ยวฉินจะไม่นำเรื่องนี้ไปบอกฮูหยินหรือไง ถ้าฮูหยินรู้จะต้องเกลียดชังเจ้า นางเป็นนายหญิงของบ้าน ถ้าเกิดมีจิตคิดร้ายต่อเจ้า ภายภาคหน้าถ้าเจ้าทำงานให้ข้าก็จะทำได้ยากลำบากมากขึ้น ทำให้ข้าต้องเสียเวลา ถ้าเกิดนางพาลขึ้นมา พลอยเกลียดข้าด้วยอีกคน ในใจเอาแต่คิดว่าลูกเลี้ยงอย่างข้าหาทางขัดแข้งขัดขาแม่เลี้ยงอย่างนางจะเป็นอย่างไร?”

ไม่พูดเปล่ายังตีสีหน้าขึงขังขึ้นกว่าเดิม “นอกจากที่บ้านจะไม่สงบสุขแล้ว หากนางเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าท่านพ่อ พ่อข้าเองก็รักข้าไม่อยากดุด่าว่ากล่าวข้า แบบนี้ไม่เท่ากับทำให้ท่านพ่อต้องลำบากใจกลายเป็นคนที่อยู่ตรงกลางรับแรงกดดันทั้งสองฝ่ายหรือ อีกอย่างหนึ่ง สวีเหล่าไท่ไท่ก็เป็นคนเรื่องมาก มีเรื่องอะไรฮูหยินก็เล่าให้นางฟังหมด ถึงตอนนั้นนางไม่โทษว่าลูกสาวตัวเองอบรมบ่าวไพร่ไม่ดี แต่จะคิดว่าพวกเราสกุลชุนร่วมมือกันรังแกพวกนางสองนายบ่าว พอท่านปู่กลับมา ก็ต้องมาฟังคำพูดกระแนะกระแหนต่อว่าต่อขานของนางอีก”

“บ่าวผิดไปแล้วบ่าวไม่ได้คิดมากขนาดนั้น” กั้วเอ๋อก้มหน้าคอตก พูดอย่างรู้สึกสำนึกผิดขึ้นว่า “บ่าวผิดไปแล้ว แต่บ่าวก็ทนไม่ไหวจริง ๆ”

ชุนถูหมีอ่อนใจเหลือเกิน

กั้วเอ๋อยังเป็นเด็กอายุน้อยแค่นี้แต่กลับมีโทสะรุนแรง จะต้องขัดเกลาให้ดี ๆ ไม่เช่นนั้นถ้าต่อไปภายหน้ามีเรื่องที่ต้องพึ่งพาอาศัยนาง ลำพังแค่ความภักดีที่กั้วเอ๋อมีให้นั้นไม่พอ เพราะหากถูกคนอื่นพูดจายั่วยุนิดหน่อยนางก็ไม่สนใจอะไร ระเบิดโป้งป้าง เท่ากับเป็นระเบิดเวลาที่ฝังอยู่ข้างตัวแท้ ๆ เมื่อครู่นางพูดจาไม่น่าฟังเป็นอย่างมาก แม้แต่เรื่องหลงใหลในความหล่อเหลานายท่านก็ยังพูดออกมาได้

แต่การที่กั้วเอ๋อไม่ให้ความเกรงใจนางสวีซื่อนั้นย่อมมาจากความดูแคลนที่ฝังลึกในใจ และยังเพราะการกระทำที่ผ่านมาของสวีเหล่าไท่ไท่ แตต่สิ่งที่กั้วเอ๋อสงสัยก็ไม่ใช่จะไร้เหตุผล พูดกันอย่างไม่เกินเลยด้วยซ้ำว่านิสัยของนางสวีซื่อ ถึงที่บ้านจะไฟไหม้นางก็ต้องส่งข่าวให้แม่ของตนรู้ก่อน พอรู้แล้วจึงจะถามว่าจะให้ช่วยดับไฟห้องตะวันออกหรือว่าห้องตะวันตกก่อนดี

“ช่างเถอะ ต่อไปไม่ว่าจะพูดจาหรือทำงานอะไร เจ้าจะต้องนับหนึ่งถึงห้าในใจก่อน พอไม่โมโหแล้วก็ค่อยพูด ค่อยลงมือ” ชุนถูหมีจิ้มหน้าผากกั้วเอ๋อ “ตอนนี้ลงโทษให้เจ้าไปสำนึกผิด หันหน้าเข้ากำแพง ข้าจะนั่งรอพี่เสี่ยวจิ่วที่นี่เอง” พูดแล้วนางก็ยกม้านั่งตัวเล็ก ๆ ออกมาจากห้องเก็บของ นั่งรออยู่ระหว่างทางเดินที่ขวางระหว่างประตูชั้นนอกกับประตูชั้นใน

นางนั่งรอด้วยความร้อนใจ จนกระทั่งรอถึงยามแปด[1] ค่อยมีเสียงเคาะประตู

นางเป็นคนหลงยุคที่มาจากโลกปัจจุบัน แต่กลับต้องมาเกิดในครอบครัวเล็ก ๆ ในสมัยที่วัฒนธรรมยังค่อนข้างเปิดกว้าง แม้จะมีท่านปู่ที่คอยเอาใจ มีสาวใช้คอยรับใช้ แต่ทุกคนก็ไม่ได้ให้ความใส่ใจกับขนบประเพณีมากนัก เพราะความใจร้อนทำให้นางลุกขึ้นเปิดประตูด้วยตัวเอง สร้างความตกใจให้กับพี่เสี่ยวจิ่วคนงานร้านหลินสุ่ยจนสะดุ้งโหยง รีบทำความเคารพอย่างลุกลี้ลุกลน “อ้า สวัสดีขอรับคุณหนูชุน”

“เข้ามาพูดข้างใน” ชุนถูหมีเบี่ยงตัว

พี่เสี่ยวจิ่วเป็นคนคล่องแคล่ว รู้ว่าตอนนี้ข่าวที่ชุนต้าซันถูกจับตัวไปแพร่สะพัดไปทั่วเมือง มีคนที่อยากรู้อยากเห็นจด ๆ จ้อง ๆ กันอยู่ข้างนอกไม่น้อย จึงไม่พูดอะไร รีบแทรกตัวเข้ามาด้านใน

ตอนนี้เองที่กั้วเอ๋อเพิ่งจะวิ่งออกมา นางคิดถึงคำสั่งของคุณหนู จึงรีบนับหนึ่งถึงห้าก่อนเข้ามาดึงแขนเสื้อพี่เสี่ยวจิ่วแล้วถามละล่ำละลักว่า “เรื่องของนายท่านทางโน้นเป็นอย่างไรบ้าง”

กั้วเอ๋อยังคงควบคุมความใจร้อนไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้ชุนถูหมีใจร้อนยิ่งกว่า นางไม่สนใจอะไรมากนัก ถามไปตรง ๆ ว่า “ใครเป็นคนไปฟ้อง แล้วมีพยานหลักฐานไหม วันนี้มีการไต่สวนไปแล้วหรือยัง แล้วพ่อข้าให้การว่าอย่างไร ใช้เครื่องมือลงทัณฑ์ไหม ผลเป็นอย่างไร”

“คนที่ร้องเรื่องนี้เป็นหญิงหม้ายที่ยังสาวคนหนึ่ง อาศัยอยู่บนถนนด้านหน้าในตัวอำเภอ มีหน้าตาสะสวยพอประมาณ มีทั้งพยานและหลักฐานพร้อมมูล ตอนบ่ายมีการไต่สวนไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ท่านชุนบอกว่าถูกใส่ร้าย บอกว่าเขาไม่ได้ทำเรื่องเช่นั้น ส่วนเครื่องลงทัณฑ์ยังไม่ได้ใช้ขอรับ เพียงแต่โบยไปสิบไม้” พี่เสี่ยวจิ่วเป็นคนพูดจาคล่องแคล่ว เล่าเรื่องได้ลื่นไหล ชุนถูหมีฟังแล้วใจเริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกขณะ

นางได้กลิ่นตุ ๆ ของแผนร้าย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฟังดูแล้วเหมือนไร้ข้อพิรุธ แต่ความเป็นจริงในสายตาของทนายคนหนึ่งเรื่องนี้กลับมีพิรุธอยู่เต็มไปหมด ตอนนี้นางบอกได้อย่างมั่นใจว่ามีคนต้องการคิดร้ายกับชุนต้าซัน อีกทั้งคนบงการเบื้องหลังยังลงทุนลงแรงไปไม่น้อย คิดว่าวิธีการของสกุลสวีที่ใช้เงินเป็นใบเบิกทางนั้นคงจะใช้การไม่ได้

ดังนั้นครั้งนี้จะต้องมีการขึ้นศาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว!

เพราะเคยเป็นทนายความทำให้เกิดความสนใจส่วนตัว

ชุนถูหมีได้สอบถามและพูดคุยกับท่านปู่เกี่ยวกับกฎหมายอยู่หลายหนเกี่ยวกับการลงทัณฑ์อีกทั้งการฟ้องร้องในยุคสมัยนี้ ยุคที่นางอยู่ในตอนนี้คงจะย้อนหลังไปประมาณเมื่อพันปีก่อน ในยุคนี้มีทนายแล้วแต่โดยมากจะถูกเรียกว่า ‘หมอความ’ ส่วนใหญ่จะเป็นบัณฑิตผู้มีความรู้แต่ไม่มีโชคในการสอบเข้าเป็นขุนนาง เป็นเจ้าพนักงานหรือข้าราชการที่กว้างขวางระดับหนึ่งในชุมชน เป็นคนที่มีฐานะยากจนหรือลูกหลานของมือปราบที่ทำงานในกองปราบมานาน และยังมีชาวบ้านฐานะดีที่ใจกล้า ทำตัวเหมือนนักเลงมาเป็นหมอความอีกด้วย

หมอความจึงมีชื่อเสียงในทางไม่ค่อยจะดี เป็นที่รังเกียจของทั้งผีสางเทวดา

ในสายตาของคนทั่วไป หมอความเป็นผู้สรรหาคำพูดมาหักล้าง แก้ต่างให้กับผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ที่รู้จักใช้กฎหมายมาช่วยเหลือชาวบ้านแต่อย่างใด

นับตั้งแต่เริ่มราชวงศ์ ผู้ปกครองแผ่นดินต้าถังให้ความสำคัญกับการใช้กฎหมายในการปกครองแผ่นดิน ดังนั้นหมอความจึงกลายเป็นอาชีพหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ต้าถังยังให้ความสำคัญกับคุณธรรมจริยธรรม เรียกได้ว่าให้คุณธรรมเป็นตัวนำ การลงทัณฑ์เป็นตัวเสริม กฎหมายและพิธีการจึงถูกนำมาใช้ร่วมกัน แต่ถึงกระนั้นหมอความยังคงเป็นสรรพนามที่คนทั่วไปพูดถึงอย่างรังเกียจอยู่ดี

------------------------------------

[1] 13.00-14.59 นาฬิกา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Gungkoy
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 4 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Malee Saelee Chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 5 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว