ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-29 กลัวโดนหางเลข

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

29 กลัวโดนหางเลข

“อย่าไปตำหนิพวกเขาเลย คนพวกนี้ไม่ได้ซ้ำเติมตอนเราย่ำแย่ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว”

ชุนถูหมียิ้มอย่างเบิกบานใจ “ไม่ว่าใครก็ต้องคิดถึงตัวเองกับครอบครัวเสียก่อน หากคนอื่นมีภัย เจ้าหวังว่าท่านพ่อข้าจะยอมแสดงตัวเป็นผู้มีคุณธรรมไปช่วยเขาโดยแลกกับความปลอดภัยของครอบครัวตนงั้นหรือ คิดดูดีๆ นะ คนที่อยากจะเล่นบทจอมยุทธผดุงคุณธรรมส่วนมากมักเป็นคนที่ไร้ญาติขาดมิตร ทำอะไรครอบครัวจะได้ไม่ลำบากไปด้วย ตัวเองมีคนยกย่องชื่นชม แต่กลับทำให้คนในครอบครัวลำบากก็ไม่ถือว่าเป็นคนดี ดังนั้นเจ้าอย่าได้ตำหนิคนอื่น ไม่ว่าภายภาคหน้าจะเกิดเรื่องอะไรยิ่งไม่ต้องหวังว่าคนอื่นจะยื่นมือมาช่วยเจ้า ต้องรู้ว่าคนอื่นเขาช่วยเราคือเขามีน้ำใจ ถ้าไม่ช่วยก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถึงจะบอกว่าคดีของท่านพ่อข้าไม่ใช่คดีใหญ่โตอะไร ช่วยสักหน่อยก็คงไม่ทำร้ายถึงตัวคนที่ช่วย ทว่าคนอื่นเขาไม่ได้ติดค้างเจ้า อีกทั้งไม่ใช่ญาติสนิทมิตรสหาย เป็นแค่เพื่อนบ้านกับเพื่อนที่รับราชการด้วยกันเท่านั้น เขาเพียงทำใจให้นิ่งๆ มองเรื่องนี้ก็สมควรแก่เหตุผลแล้ว”

“อย่างที่คุณหนูพูดมาก็ถูก” ลุงโจวตบหัวกั้วเอ๋ออย่างเอ็นดู “เจ้าตั้งใจเรียนรู้จากคุณหนูให้ดีๆ จะได้รู้ว่าคนใจกว้างเป็นอย่างไร”

“รู้แล้วน่า รู้แล้วน่า ทั้งบ้านก็มีแต่ข้าที่เป็นคนเลว” ที่จริงแล้วกั้วเอ๋อก็ยอมรับที่ชุนถูหมีพูดมา แต่นางยังทำปากยื่น ในสายตาของนางคุณหนูเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ คำพูดที่พูดออกมาทำให้คนฟังแล้วรู้สึกสบายใจมากกว่าเดิม

“เร็วๆ ลุงโจว รบกวนลุงเปิดประตูใหญ่ กวาดลานหน้าบ้านให้สะอาด กั้วเอ๋อ ต้มน้ำร้อนชงชา ทำกับข้าว ท่านพ่อข้ากลับมาจะต้องล้างความโชคร้ายออกจากตัวเสียก่อน แล้วยังต้องให้กินอาหารร้อนๆ ด้วย” ชุนถูหมีออกคำสั่งเป็นชุด “ข้าจะไปจุดไฟใส่กะละมัง ให้ท่านพ่อข้าเดินข้ามตอนเข้าบ้าน”

ชุนถูหมีนั่งรออยู่ในเรือนชั้นใน เมื่อเห็นร่างของชุนต้าซันปรากฏขึ้นก็ยิ้มให้อย่างดีใจ ความรู้สึกยินดีและสบายใจที่เกิดขึ้นจากจิตใต้สำนึกส่วนลึก เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจใช้คำพูดบรรยาย

นางสามารถคุ้มครองคนในบ้านได้ นางเชื่อมั่นอย่างนั้น

ชุนต้าซันเห็นลูกสาวสวมเสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่ รวบผมเป็นเปียเดี่ยวอยู่ด้านหลัง สวมรองเท้าฟาง ท่าทางของนางดูแล้วพิลึกพิลั่นอย่างบอกไม่ถูก เป็นการแต่งตัวอยู่บ้านอย่างสบายๆ ก็จริง แต่ก็ยังคงความน่ารักน่าเอ็นดู ทำให้ขอบตาของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงทำให้เขาย้อนคิดไปถึงตอนที่ลูกสาวคนนี้เพิ่งเกิด ขดตัวอยู่บนฝ่ามือ หัวใจดวงเล็กๆ เต้นเบาๆ อยู่ใต้นิ้วมือของเขา

นางเป็นลูกคนแรกและคนเดียวที่เขามี ตอนนั้นเขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเด็กเล็กๆ อย่างนี้จะโตขึ้นมาแล้วมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร แต่ตอนนี้ลูกสาวของเขาโตแล้ว โตจนปกป้องคุ้มครองเขาได้ ทำให้เขามีความยินดีเป็นล้นพ้น

“ท่านพ่อ สบายดีไหมเจ้าคะ” ชุนถูหมีถามเสียงดัง

ชุนต้าซันรู้สึกลำคอตีบตัน พูดอะไรไม่ออกได้แต่พยักหน้า เขายื่นมือคิดจะลูบศีรษะลูกสาว แต่จู่ๆ ก็คิดได้ว่าลูกคนนี้โตเป็นสาวแล้ว ถึงเขาจะเป็นบิดาก็ไม่ควรปฏิบัติต่อนางตามสบายจนเกินไปนัก จึงยกมือตบไหล่ของนางเบาๆ แทน

ทว่า เพราะชุนถูหมีคิดจะเดินเข้ามาประคองชุนต้าซันพอดีจึงทำให้ฝ่ามือนี้ตบไปที่กลางหลังของนาง แม้ไม่ค่อยแรง แต่ก็ทำให้นางเจ็บจนลมหายใจสะดุดไปช่วงหนึ่ง

ชุนต้าซันตกใจมาก ถามขึ้นว่า “เป็นอะไรไป”

นางสวีซื่อและเสี่ยวฉินเดินเบียดกั้วเอ๋อและลุงโจวเข้ามาอยู่ด้านหลังชุนต้าซัน พอได้ยินคำถามนี้ก็หน้าซีดไปพร้อมกัน

“เข้าไปแล้วค่อยคุยกันดีกว่า” คราวนี้นางสวีซื่อดูจะมีปฏิกิริยาตอบสนองฉับไว

แต่ชุนต้าซันเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของลูกสาว แม้จะเข้าไปในบ้านตามที่นางสวีซื่อบอกแต่กลับเดินตรงไปยังห้องตะวันตกของชุนถูหมี ถามอย่างร้อนใจว่า “เจ้าบาดเจ็บตรงไหน ทำไมถึงบาดเจ็บได้”

ชุนถูหมียังไม่ทันพูดอะไร กั้วเอ๋อที่เดินตามเข้ามาติดๆ ก็รีบฟ้องขึ้นว่า “ก็ถูกสวีเหล่าไท่ไท่ตีเอาสิเจ้าคะ”

สีหน้าของชุนต้าซันมีความคาดไม่ถึง ก่อนจะตามมาด้วยความโกรธจัด ดวงตาสองข้างแดงก่ำ ความโมโหที่ไร้ทางระบายของเขาทำได้แต่กำหมัดจนมีเสียงข้อนิ้วลั่น เส้นเอ็นข้างขมับปูดโปนขึ้นมาทันที แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ สวีเหล่าไท่ไท่ใช้ความเป็นผู้ใหญ่มารังแกลูกสาวที่เป็นเด็กกว่าแล้วเขาจะตีนางคืนได้รึ?

แต่เขาอยากทำเหลือเกิน

“ท่านพ่อ ที่จริงก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น” เดิมทีชุนถูหมียังคิดจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางของชุนต้าซันแล้วก็เกิดความเวทนา เขาก็แค่ชายคนหนึ่งที่รักลูกหมดหัวใจก็เท่านั้น

นางไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย กลัวแต่ท่านพ่อของนางจะโมโหจนเป็นผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า

มีหลายครั้ง ที่คนอื่นสามารถทำร้ายเราได้ ไม่ใช่เพราะเราไร้ความสามารถ แต่เพราะเรามีคนที่ให้ความสำคัญและรักใคร่เราอย่างลึกซึ้ง

“กั้วเอ๋อเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่รู้จักยั้งปาก นางพูดสิ่งที่สวีเหล่าไท่ไท่ไม่ชอบฟัง สวีเหล่าไท่ไท่คิดจะสั่งสอนนาง แต่ท่านพ่อก็รู้ว่านางก็เหมือนพี่น้องของข้า ข้าก็ทำใจไม่ได้ ดังนั้นเลยไปขวางไว้...” ชุนถูหมีพูดสรุปง่ายๆ แต่ชุนต้าซันฟังแล้วดวงตาแดงก่ำ

ไม่ต้องบอกเขาก็จินตนาการถึงเหตุการณ์ที่ชุนถูหมีเล่าได้ เพราะแม่ยายของเขาคนนี้จะต้องใช้เรื่องที่เขาถูกใส่ร้ายจนต้องเข้าคุกมาพูดจาเยาะเย้ยประชดประชัน เหมือนกับถ้าไม่มีนาง เขาจะต้องตายอยู่ในคุกแน่ๆ นังหนูกั้วเอ๋อเป็นคนที่นิสัยตรงไปตรงมา ย่อมอดไม่ได้ที่จะโต้เถียงกลับไป นางปีศาจเฒ่าวางโตจนเคยชิน ไหนเลยจะคิดถึงธรรมเนียมปฏิบัติว่าควรไม่ควร ไม่คิดว่าการยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่น แม้จะเป็นฝ่ายญาติทางบุตรเขยนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ดังนั้นลูกสาวเขาจึงได้รับบาดเจ็บ

นางเป็นลูกสาวคนเดียวของเขา ตั้งแต่เล็กจนโตเขาประคบประหงมมาอย่างดี ไม่เคยแตะแม้แต่ปลายผม แล้วจะมาให้คนนอกตีได้อย่างไร

“ท่านพ่อ ท่านพ่อ” ขณะที่ชุนต้าซันกำลังคิดอย่างวุ่นวายใจ ชุนถูหมีเห็นเขาเอาแต่จ้องโต๊ะนิ่งๆ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันโดยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จึงดึงแขนเขาไว้

“พ่อไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวตั้งข้าวได้เลย พ่อหิวแล้ว” ชุนต้าซันพูดแล้วก็หมุนตัวเดินออกไปที่ห้องตะวันออก

นางสวีซื่อและเสี่ยวฉินลืมเรื่องที่ชุนถูหมีถูกตีไปเสียสนิท เพราะอย่างไรคนที่เจ็บตัวก็ไม่ใช่พวกนาง เมื่อครู่ พอชุนต้าซันรู้เรื่องเข้าพวกนางก็เกิดความหวาดหวั่นอยู่เป็นทุนเดิม ยิ่งเห็นชุนต้าซันเดินหน้าตาบึ้งตึงเข้ามาในห้อง นางสวีซื่อก็รีบเดินไปรับหน้า “ท่านพี่ น้ำอาบต้มไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านจะอาบน้ำเลยไหมเจ้าคะ” นางสวีซื่อถามอย่างกระตือรือร้น

แต่ชุนต้าซันไม่ได้พูดอะไร มองพวกนางด้วยแววตาเย็นชา ที่บ้านมีคนอยู่แค่ไม่กี่คน วันนี้นางสวีซื่อและเสี่ยวฉินอยู่กับเขาตลอด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่างานเหล่านี้ใครเป็นคนทำ เขาไม่สนใจสักนิดถ้าหากไม่มีใครไปรับเขากลับบ้าน แต่เขาไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องมาทำงานหนักอย่างนี้

นางสวีซื่อและเสี่ยวฉินเห็นสีหน้าของชุนต้าซันไม่ดีก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก ยังดีที่ชุนต้าซันไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา เดินตรงไปหลังฉากกั้นเพื่ออาบน้ำ แม้บ้านสกุลชุนจะมีฐานะพอประมาณแต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับบ้านเศรษฐีมีเงิน ไม่มีห้องที่สร้างขึ้นเพื่ออาบน้ำโดยเฉพาะ อีกทั้งชุนต้าซันไม่เคยชินกับการมีคนคอยช่วยอาบน้ำ เขาเองเป็นคนอาบน้ำเร็ว ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ออกมาแล้ว

ระหว่างนี้ สองนายบ่าวสกุลสวีได้แต่มองตากัน ไม่กล้าพูดอะไร พวกนางรู้สึกใจเต้นไม่เป็นระส่ำ ไม่รู้ว่าถ้าเกิดชุนต้าซันถามถึงเรื่องที่ชุนถูหมีถูกตีแล้วจะตอบอย่างไรดี คาดว่าคนที่ห้องตะวันตกคงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียดแล้ว ไม่แน่ว่าจะใส่สีตีไข่เข้าไปอีกด้วย

แต่สวีเหล่าไท่ไท่ที่เป็นคนลงมือก็กลับไปแล้ว พวกนางจะทำอย่างไรต่อ?

ทว่าเมื่อชุนต้าซันเดินออกจากฉากกั้น ความคิดของทั้งสองคนก็ไม่ได้อยู่ที่เรื่องนี้ สายตาติดหนึบอยู่บนร่างของเขาแทน

ชุนต้าซันเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ตอนนี้เขาอายุเพียงแค่สามสิบ มีความสุขุมที่เด็กหนุ่มทั่วไปไม่มี อีกทั้งเขายังทำนาทำไร่ไม่ก็ฝึกทหาร ฝึกวรยุทธอยู่เป็นประจำ ทำให้รูปร่างดูดีอย่างมาก ยามนี้เส้นผมดำขลับเปียกน้ำทิ้งตัวลงมาปรกใบหน้า สาบเสื้อของเสื้อตัวกลางที่ตัดจากผ้าเนื้อหยาบยังไม่ได้ถูกจับเข้าที่ให้เรียบร้อยจึงเปิดอ้าอยู่ครึ่งหนึ่ง ยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์และหล่อเหลาอย่างไม่อาจห้ามใจ

นางสวีซื่อเห็นสามีของตนมีเสน่ห์เช่นนี้ก็นึกลำพองใจและพึงพอใจยิ่งนัก นางรีบหยิบผ้าเช็ดตัวส่งให้ชุนต้าซันเช็ดผมที่เพิ่งสระ ส่วนเสี่ยวฉินที่ยืนหน้าแดงอยู่ข้างๆ ก็กุลีกุจอหยิบหวี รินน้ำชาให้ ไม่ยอมออกไปไหน

“นายท่าน ให้จัดโต๊ะตอนนี้เลยไหมเจ้าคะ” ขณะที่หญิงสาวสองคนกำลังตกอยู่ในความเคลิบเคลิ้มอยู่นั้นก็มีเสียงของกั้วเอ๋อดังขัดจังหวะมาจากด้านนอก

ชุนต้าซันลังเลไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้นว่า “จัดโต๊ะเลย แต่ให้จุดไฟใส่กะละมังมาใบหนึ่งก่อน คุณหนูของเจ้าเป็นคนขี้หนาว ตอนนี้นางยังบาดเจ็บ ต้องให้ร่างกายอบอุ่นเข้าไว้” เขาพูดแล้วก็มองไปที่เสี่ยวฉิน นิ่วหน้าแล้วสั่งว่า “มาอยู่ตรงนี้ทำไม ไยไม่ออกไปช่วยข้างนอก”

เสี่ยวฉินคาดไม่ถึงว่าท่าทีของชุนต้าซันจะแข็งกร้าวปานนี้ พลันเกิดน้ำตาเอ่อขึ้นมาขอบตา ปกติแล้วนายท่านเป็นคนอ่อนโยนมาตลอดนี่นา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย sk125
ไม่ได้เรื่องเลยอยู่เป็นโสดดีกว่ามั้งท่าน ยายนี้ก็รักแค่รูปลักษณ์ภายนอกพอแก่ไปดูก็รู้ว่าทิ้งแน่เลย
เมื่อ 3 สัปดาห์ 5 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Anne Duangdao
หย่าเมียคนนี้ได้มั้ยเนี่ย ไม่มีดีอะไรซักอย่าง
เมื่อ 4 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว