ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-28 แย่งเอาหน้า

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

28 แย่งเอาหน้า

ตลอดคืนมีแต่ความเงียบสงัด

เช้าวันรุ่งขึ้นเพิ่งจะยามหก[1] ชุนถูหมีก็ลุกขึ้นมาสวมเครื่องแต่งกายชายแบบชาวหูเหมือนเดิมเพื่อเตรียมตัวไปที่ว่าการอำเภอ แม้การไต่สวนชุนต้าซันครั้งที่สามจะเริ่มต้นในเวลาทำงานช่วงบ่ายในเขตที่ว่าการอำเภอ แต่นางก็ทนรอไม่ไหว อีกทั้งการเดินทางเข้าเมืองยังต้องใช้เวลาพอสมควร หากไปถึงก่อนก็ยังพอไปถามไถ่เรื่องต่างๆ ได้ก่อน

แต่คิดไม่ถึงว่าพอนางก้าวออกจากห้อง จะพบนางสวีซื่อและเสี่ยวฉินแต่งตัวเรียบร้อย ยืนอยู่หน้าประตูเรือนชั้นใน การแต่งกายของแม่เลี้ยงสาวไม่อาจเรียกได้ว่าเรียบง่ายเหมาะสม นางสวมกระโปรงสีเหลืองทอง เสื้อสีเหลืองดอกอิงเฉ่า ส่วนเสี่ยวฉินที่อยู่ข้างๆ ก็สวมชุดสีเขียวต้นไผ่ เสื้อพอดีตัวกับกระโปรงเข้ารูป เน้นเอวเล็กคอด ซ้ำยังสวมหมวกที่มีผ้าโปร่งปิดหน้า ดูแล้วไม่เหมือนสาวใช้แต่เหมือนอนุภรรยาของชุนต้าซันเสียมากกว่า ไม่แน่ว่าในใจของเสี่ยวฉินอาจจะมีความคิดเช่นนี้ก็เป็นได้

ความจริงแล้วหน้าตาของนางสวีซื่อก็ไม่เลวนักแต่โครงร่างธรรมดาไม่โดดเด่น ผิวกายค่อนไปทางเหลืองคล้ำ ไม่เหมาะที่จะสวมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด แต่เพราะตอนนี้สาวๆ ในเมืองกำลังนิยมเสื้อผ้าสีสันสดใส ทำให้ชุนถูหมีไม่อาจวิจารณ์อะไรได้ ดูจากท่าทางของทั้งสองก็พอเดาได้ว่าคงตั้งใจจะรอไปที่ว่าการอำเภอด้วยกัน

“ฮูหยิน ท่านจะไปด้วยหรือ...” นางถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบ

“เจ้าบอกว่าวันนี้พ่อของเจ้าจะถูกปล่อยตัวไม่ใช่หรือ” นางสวีซื่อเลิกผ้าโปร่งที่ติดอยู่กับหมวกขึ้น “ในฐานะภรรยา ข้าต้องไปรับเขากลับมาด้วยตัวเอง”

“ในศาลเป็นที่อโคจร นอกศาลยังมีคนเดินไปเดินมา คนเยอะมักเรื่องแยะ ฮูหยินสุขภาพไม่ค่อยดี เกิดไปแล้วโดนความอัปมงคลเหล่านี้เล่นงานเข้าจะทำอย่างไร ท่านรออยู่ที่บ้านดีกว่า ข้าจะไปรับท่านพ่อกลับมาเอง”

“ไม่ ข้าจะไปด้วย” นางสวีซื่อส่งเสียงดังขึ้นมา ก้าวเท้าไปข้างหน้าด้วยท่าทางที่บอกให้รู้ว่ามีความตั้งใจแน่วแน่แค่ไหน “ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่ดี อย่างน้อย... ข้าก็ยังได้พบหน้าเขาก่อน” พูดไปพูดมาน้ำเสียงพลันกลายเป็นสั่นเครือ

ชุนถูหมีเกือบระเบิดโทสะเดี๋ยวนั้น ยังดีที่นางสะกดอารมณ์โกรธลงได้ เงยหน้ามองดวงอาทิตย์แล้วพูดเสียงเย็นว่า “แดดจ้าขนาดนี้ ฮูหยินก็อย่าพูดอะไรที่มันหดหู่ ฟังแล้วไม่เป็นมงคลจะได้ไหม”

อะไรคือเหตุการณ์ไม่ดี อะไรคือได้พบหน้าเขาก่อน ท่านพ่อของนางกำลังจะเดินเข้าห้องขังเพื่อรอประหารชีวิตงั้นหรือ?

“ข้าคิดว่า จะให้เจ้าที่เป็นเด็กสาวยังไม่ออกเรือนออกไปข้างนอกบ่อยๆ ก็คงไม่ดี ถ้าพ่อเจ้ากลับมาจะต้องตำหนิว่าแม่อย่างข้าไม่อาจแบกรับเรื่องอะไรได้” นางสวีซื่อเปลี่ยนเสียงให้อ่อนลง “สองวันที่ผ่านมาเจ้าต้องลำบาก วิ่งไปวิ่งมาไม่น้อย ข้าได้ยินมาว่าเจ้าให้คนงานร้านหลินสุ่ยมาคอยขับรถม้าให้ เอาอย่างนี้วันนี้เจ้าอยู่บ้าน พักผ่อนสักวัน ให้เขาขับรถพาข้าไปแทนก็แล้วกัน”

ชุนถูหมีรับรู้ได้ถึงอาการตัวเกร็งของกั้วเอ๋อที่แสดงให้เห็นว่ากั้วเอ๋อพร้อมจะเถียงกับนางสวีซื่อ จึงรีบส่งสายตาห้ามไม่ให้กั้วเอ๋อพูดอะไร จากนั้นก็ยิ้มอย่างอ่อนใจ “ได้สิ ถ้าอย่างนั้นรบกวนฮูหยินแล้ว ข้าจะนั่งรอข่าวดีที่บ้าน” พูดแล้วก็ดึงกั้วเอ๋อเข้าบ้านไป

นางสวีซื่อคิดไม่ถึงว่าชุนถูหมีจะตอบรับอย่างไม่ลังเลจึงยืนตะลึง

เสี่ยวฉินที่อยู่ข้างๆ เขยิบเข้ามากระซิบว่า “ฮูหยิน พวกเรารีบไปเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวคุณหนูเปลี่ยนใจแล้วจะไม่ยอมอีก นับตั้งแต่นายท่านเข้าคุกฮูหยินก็อยู่อย่างหวาดกลัว กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไหว้พระขอพรให้คุ้มครองนายท่านมาตลอด ความจริงใจของท่านช่วยให้นายท่านออกจากคุกได้อย่างราบรื่น คุณหนูวันๆ เอาแต่วิ่งอยู่ข้างนอก ดูเหมือนวุ่นวายไม่น้อย จะไปรู้ถึงความยากลำบากของฮูหยินหรือ? นายท่านให้ความเอ็นดูคุณหนูอยู่แต่เดิม ถ้ายังให้ภาพลักษณ์ความเป็นลูกกตัญญูของคุณหนูสร้างความซาบซึ้งใจให้กับนายท่านมากไปกว่านี้ ต่อไปความสำคัญของฮูหยินในใจนายท่านก็จะลดลงนะเจ้าคะ”

นางสวีซื่อฟังคำพูดครึ่งแรกของเสี่ยวฉินอย่างสบายใจ จริงสิ... ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่านางมีผลงานในการช่วยให้ชุนต้าซันออกจากคุก แต่เมื่อถึงครึ่งหลังที่กล่าวเป็นนัยเตือนสตินางว่า จะให้ชุนถูหมีได้หน้าอีกไม่ได้ นางพยักหน้าตอบ เปิดประตูเรือนชั้นใน สั่งให้ลุงโจวไปเรียกพี่เสี่ยวจิ่วมา

ที่จริงแล้วความคิดของนางนั้นเป็นความคิดที่เลอะเลือนอย่างยิ่ง นางกับชุนต้าซันเป็นสามีภรรยา ส่วนชุนถูหมีกับชุนต้าซันเป็นพ่อลูก ความรักที่มีต่อลูกสาวกับความรักที่มีต่อภรรยาไม่ขัดแย้งกันอยู่แล้ว ถ้าเกิดนางจัดการบ้านเรือนได้ดีในขณะที่สามีไม่อยู่ในบ้าน รับหน้าที่ดูแลบ้านเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามีไม่มีเรื่องต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แล้วจะต้องมาแย่งชิงความรักกับใครอีก?

พี่เสี่ยวจิ่วรู้ว่าชุนถูหมีร้อนใจอยากไปที่ว่าการอำเภอจึงเตรียมรถม้าเอาไว้ตั้งแต่เช้า แต่เมื่อเห็นคนที่เดินออกมาคือนางสวีซื่อและเสี่ยวฉิน ไร้เงาของชุนถูหมีและกั้วเอ๋อตามมาด้วยจึงไม่กล้าปฏิเสธ แต่เขาก็ไม่กล้าตัดสินใจโดยพลการ ใช้เวลาช่วงที่ตระเตรียมรถม้า พูดเบาๆ กับลุงโจวให้ช่วยเข้าไปถามไถ่ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

ลุงโจวเองก็ไม่เข้าใจ พอเขาเข้าไปเรือนชั้นในแล้วก็ยืนอยู่ตรงลานนอกบ้าน แล้วตะโกนถามชุนถูหมี

“รถม้าคันเล็กไป นั่งสี่คนไม่หมด” ชุนถูหมีเปิดหน้าต่างออกมาตอบ “ให้ฮูหยินไปแล้วกัน ข้ารออยู่บ้านดีกว่า”

ลุงโจวได้รับคำตอบที่ชัดเจน ถึงแม้จะไม่ยินดีแต่ก็นำความไปบอกกับพี่เสี่ยวจิ่วข้างนอก

ชุนถูหมีปิดหน้าต่างดีแล้วจึงหันไปเห็นกั้วเอ๋อนั่งทำแก้มป่องด้วยความโมโห นางอดหัวเราะไม่ได้ “นี่ อายุแค่นี้เอง ทำไมโมโหง่ายเหลือเกิน ระวังหน้าจะตกกระเอานะ”

“คุณหนูนี่ก็จริงๆ เลย” กั้วเอ๋อพูดอย่างไม่ชอบใจ “ทำไมถึงตอบตกลงให้ฮูหยินไป ฮูหยินนี่ก็ตัวดี ตอนแรกทำทีเหมือนไม่สนใจอะไร เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เรียกแม่ที่เรื่องมากของนางมาสร้างความวุ่นวาย พอตอนนี้นายท่านพ้นคุกออกมาได้ นางก็มาแย่งความดีความชอบไปเสียแล้ว”

“เจ้ายังรู้ว่านางคิดแย่งความดีความชอบ แล้วคิดว่าคุณหนูอย่างข้าจะไม่รู้หรือ” ชุนถูหมีจิ้มหน้าผากเกลี้ยงเกลาของกั้วเอ๋อ “แต่ถ้าข้าไม่ยอม นางก็จะต้องร้องไห้คร่ำครวญไปอีกหลายชั่วยาม คนแบบนี้จะสะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด น่ารำคาญก็เรื่องหนึ่งแต่เดี๋ยวจะทำให้เสียเวลาไปรับท่านพ่อข้าที่อำเภอไปด้วยน่ะสิ”

“ฮึ... อย่างนี้ฮูหยินไม่ต้องทำอะไรก็ได้หน้า ได้ของดีไปกินนะสิ”

“ขอเพียงท่านพ่อข้าไม่เป็นอะไรก็พอ ท่านพ่อจะนึกถึงความดีของข้าหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ที่ข้าช่วยก็เพราะท่านเป็นพ่อข้า ไม่ได้ต้องการให้ท่านมาซาบซึ้งอะไร” ชุนถูหมีเอ่ยปากอย่างคนเข้าใจโลก “อีกประการหนึ่ง ถึงท่านพ่อข้าจะเป็นคนใจอ่อนเหมือนดินเหลว แต่ก็ไม่ใช่คนเลอะเลือน ในใจของท่านต้องรู้ดีอยู่แล้วว่าภรรยาเป็นคนอย่างไร เจ้าไม่เห็นหรือว่าเวลาที่ข้าไปเยี่ยมท่านพ่อที่คุก ไปแก้ต่างแทนท่านในศาล สายตาที่ท่านพ่อมองข้าเต็มไปด้วยความสงสารเห็นใจทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่ข้าใช้ชื่อเสียงตัวเองมาขู่ ถึงตายท่านพ่อก็ไม่ยอมให้ข้าขึ้นศาลแน่”

กั้วเอ๋อคิดไปคิดมาก็เริ่มหายโมโห แต่ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี “แต่คนนอกที่ไม่รู้จะคิดว่าฮูหยินเป็นคนออกแรงช่วยสามี ไม่แน่นะ ฮูหยินเองอาจจะคิดอย่างนี้ก็ได้”

“ข้าจะไปสนใจคนนอกทำไมกัน” ชุนถูหมีทิ้งตัวบนเตียงนอน หยิบกฎหมายต้าถังขึ้นมาอ่าน “สำคัญที่สุดในใจข้าก็คือความปลอดภัยของท่านพ่อ ขอเพียงท่านไม่เป็นไร ข้าก็ไม่สนใจเรื่องอื่น”

“หากคุณหนูไม่ไปดู ไม่กลัวว่าการไต่สวนครั้งที่สามจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือเจ้าคะ” กั้วเอ๋อถามคำถามที่ยังเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่ง

ชุนถูหมีเองก็ไม่ค่อยไว้ใจ แต่นางพยายามวางตัวให้เยือกเย็น “คงจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ถ้าเกิดมีจริงๆ ถึงข้าจะอยู่ในเหตุการณ์ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องกลับมาคิดหาวิธีแก้มือกันใหม่ จริงสิ ตอนที่เจ้าออกไปปิดประตูใหญ่ วานกระซิบบอกพี่เสี่ยวจิ่วช่วยจำรายละเอียดในการไต่สวนกลับมาเล่าให้ข้าฟังด้วย จากนี้เราก็นั่งรออย่างอดทนกันก็พอ”

พวกนางรอกันไปจนถึงยามเก้า[2] ถึงชุนถูหมีจะเตรียมใจไว้ดีแค่ไหนนางก็เริ่มนั่งไม่ติดที่ ยิ่งกั้วเอ๋อยิ่งกระวนกระวายใจ ทำตัวเหมือนมดที่เดินอยู่บนกระทะร้อนๆ เอาแต่เดินไปเดินมาอยู่ในห้องอย่างวุ่นวายใจ

ตอนนั้นเอง ลุงโจวก็วิ่งหน้าตาตื่นด้วยความดีใจเข้ามา

“นายท่านกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วขอรับ” ลุงโจวดีใจถึงกับร้องไห้ “ทว่าพอมาถึงละแวกบ้าน ก็มีคนจากกองทัพออกมาขวางรถม้า พวกเขาบอกว่ามาแสดงความยินดีกับนายท่าน ทำให้เราต้องเสียเวลาพูดคุยกันอยู่นาน นายท่านกลัวว่าคุณหนูจะเป็นห่วงจึงให้บ่าวกลับมาบอกคุณหนูให้รู้ก่อน”

กั้วเอ๋อกำลังพึมพำว่าสวรรค์คุ้มครองไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่พอได้ยินเช่นนี้ก็แสดงความไม่พอใจขึ้นมาทันที “หลายวันก่อนหน้านี้ที่พวกเราต้องวิตกกังวล วิ่งหาทางคลี่คลายคดี แต่ละคนก็ทำตัวเหมือนเต่าหดหัว ไม่มีใครกล้าออกมาช่วยเหลือ แม้แต่จะมาช่วยวิ่งประสานงานอะไรก็ไม่มี มาถึงตอนนี้แกล้งมาทำเป็นดีด้วยทำไม”

---------------------------------

[1] 09.00-10.59 นาฬิกา

[2] 15.00-16.59 นาฬิกา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 5 เดือน 15 ชั่วโมงที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee-chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 5 เดือน 1 วันที่แล้ว

รีวิว