ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-20 ท่านยายตัวร้าย

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

20 ท่านยายตัวร้าย

เมื่อคิดถึงตรงนี้ทำให้นางลอบถอนหายใจ ถ้าอย่างนั้นคงต้องหาวิธีหาเงินแล้ว

ทว่านอกจากความสามารถในการว่าความแล้ว นางก็ไม่เก่งกาจด้านอื่น โดยเฉพาะเรื่องการดำรงชีวิตทั่วไป จะบอกว่านางเป็นพวกความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดก็ว่าได้ นางจะมาทำสบู่หอมเหมือนหญิงสาวคนอื่นๆก็ไม่ได้ จะเปิดร้านอาหารก็ไม่ได้เพราะว่าทำกับข้าวไม่เป็น แต่ถ้าให้นางเป็นหมอความ นางมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าตนมีทางหาเงินได้มากว่าซุนซิ่วไฉที่ใจดำ ไม่รักษาคำพูดคนนั้นหลายเท่าตัว ทว่าท่านปู่และท่านพ่อคงจะไม่มีทางพยักหน้ายอมรับเรื่องนี้แน่

เมื่อคิดถึงตรงนี้นางรู้สึกหดหู่ แต่แล้วก็คิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “ข้านึกออกแล้ว ซุนซิ่วไฉจะต้องคืนเงินห้าตำลึงที่เรามัดจำเอาไว้ เก็บเงินเราไปแล้วกลับไม่ยอมทำงานให้จนเกือบทำให้เสียเรื่อง พรุ่งนี้เจ้ากับพี่เสี่ยวจิ่วไปเอาเงินมัดจำก้อนนั้นคืนมาให้ได้”

“วางใจเถอะเจ้าค่ะคุณหนู” กั้วเอ๋อกำหมัดเล็ก ๆ ไว้แน่น “มีบ่าวอยู่ทั้งคนใครก็อย่าได้คิดว่าจะฮุบเงินของเราไปแม้แต่อีแปะเดียว”

เห็นท่าทางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของกั้วเอ๋อแล้วชุนถูหมีอดบีบแก้มป่อง ๆ ของนางไม่ได้ สองนายบ่าวหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ จากนั้นครู่หนึ่งกั้วเอ๋อกลับเป็นฝ่ายถอนหายใจ

“เป็นอะไรไปอีกล่ะ อายุแค่นี้เองมีอะไรให้ถอนหายใจอยู่เรื่อยๆกันเล่า” ชุนถูหมีถามยิ้ม ๆ

“เรื่องที่บ่าวกลุ้มใจก็อาจจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้” กั้วเอ๋อจิ้มเข็มบนถุงผ้าที่ยังปักไม่เสร็จอย่างหงุดหงิดใจ เหมือนกับถุงผ้าที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนที่นางรังเกียจ “ดูเวลาแล้ว สวีเหล่าไท่ไท่คงจะมาถึงบ้านเราพรุ่งนี้ พอนางมาบ้านเราก็จะวุ่นวาย แม้แต่หมูหมากาไก่ยังอยู่ไม่สงบ พูดแล้วก็ต้องโทษฮูหยินที่ไม่ดี ขนาดเวลาปกติไม่ไปเรียกสวีเหล่าไท่ไท่นางก็ยังยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวอยู่เรื่อย ๆ ตอนนี้ไปขอร้องให้นางมาช่วยก็เข้าทางเลย ถ้าไม่หาทางเปลี่ยนสกุลชุนของเราไปใช้แซ่สวีนางคงจะไม่พอใจล่ะมั้ง ตัวนางเองก็อยากได้เขยที่แต่งเข้าบ้านเพราะตัวเองไม่มีลูกชาย มีแต่ลูกสาวคนเดียว อยากจะให้นายท่านย้ายเข้าไปเป็นเขยที่บ้านจะแย่”

ชุนถูหมีได้ยินกั้วเอ๋อพูดเช่นนี้ก็เริ่มอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา ก่อนหน้านี้ที่นางบอกให้สวีซื่อหาคนไปบอกสวีเหล่าไท่ไท่ก็เพราะไม่ต้องการให้หญิงเรื่องมากคนนี้มาที่บ้าน

ทว่าสวีซื่อไม่สนใจ อีกอย่างชุนถูหมีคิดว่าสวีเหล่าไท่ไท่คงจะเดินทางออกมาแล้ว ไม่มีทางวกกลับไปกลางคันแน่ จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก

แต่ตอนนี้มาคิดดี ๆ อีกทีก็น่าปวดหัว ไม่ว่าจะเป็นสวีซื่อหรือว่าสวีเหล่าไท่ไท่ล้วนแต่เป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น ในยุคสมัยนี้มีคำว่ากตัญญูค้ำคออยู่ อีกทั้งตอนนี้ท่านพ่อและท่านปู่ก็ไม่อยู่บ้าน สถานการณ์ในตอนนี้ทำให้นางมิอาจคัดค้านอะไรได้

“ช่างเถอะ พรุ่งนี้เป็นวันที่ยี่สิบเอ็ด วันมะรืนท่านพ่อก็ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว พ่อข้าแต่งงานกับฮูหยินไม่ถึงหนึ่งปี ไม่ใช่เขยที่แต่งงานกับลูกสาวนางมาเป็นหลายสิบปี ถึงนางจะเป็นแม่ยายก็ไม่สะดวกที่จะอยู่ที่นี่ ก็แค่อีกวันเดียว อดทนไปหน่อยก็คงผ่านไปได้” ชุนถูหมีหงุดหงิดใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดปลอบกั้วเอ๋อพร้อมกับพูดปลอบตัวเองไปด้วย “ไม่อย่างนั้นข้าแกล้งทำเป็นไม่สบาย เจ้าก็อยู่ในห้องคอยดูแลข้า พวกเราจะได้ไม่ต้องออกไปรับหน้านาง”

“อืม อย่างนี้ดีเจ้าค่ะ” กั้วเอ๋อพยักหน้า “อย่างไรนายท่านก็ไม่เป็นไรแล้ว แกล้งป่วยซะสองคนนั้นจะได้ไม่มาสร้างความรำคาญให้คุณหนูด้วย อีกอย่าง...เราก็แค่บอกว่าครั้งที่แล้วที่คุณหนูไม่สบายเพราะนาง มาถึงตอนนี้ยังไม่หายดี ดูสิว่านางยังจะมีหน้าเรียกให้คุณหนูต้องไปทำความเคารพนางอีกไหม ข้าไม่ชอบท่าทางของนาง คิดว่าเป็นเจ้านายบ้านนี้หรือไง ก็แค่เป็นผู้ใหญ่กว่าเท่านั้น ถุย”

ชุนถูหมีถอนหายใจ เดิมทีนางเป็นคนที่พูดจาคล่องแคล่ว ตอนนี้กลับไม่รู้จะพูดอะไรดี

ว่ากันตามหลัก นางควรขอบคุณสวีเหล่าไท่ไท่ ถ้าเกิดไม่ใช่หญิงเรื่องมากคนนั้นแกล้งจนชุนถูหมีคนเดิมตาย นางย่อมไม่มีโอกาสมาเกิดใหม่ ได้ครอบครัวที่เคยสูญเสียไปกลับมาและแก้ไขความผิดที่เคยทำในชาติที่แล้ว

เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อเดือนหกของปีนี้ นางสวีซื่อทนอาการร้อนอบอ้าวไม่ไหว รู้สึกไม่สบายเนื้อตัว จู่ ๆ ก็คิดถึงบ้านเดิมขึ้นมา แม้ชุนต้าซันจะไม่ใช่คนกลัวเมีย แต่เขาก็ตามใจสวีซื่อ อาจเป็นเพราะมีความรู้สึกผิดต่อนางด้วย จึงตอบตกลงให้นางกลับไปอยู่ที่บ้านเดิมเป็นการชั่วคราว

ที่จริงแล้วเรื่องแค่นี้ก็ไม่เป็นไร แต่นางสวีซื่อกลับเรื่องมาก หรืออาจจะแสดงความห่วงใยต่อลูกติดของชุนต้าซันอย่างเกินพอดี เกิดจะต้องพาชุนถูหมีไปกับนางด้วยให้ได้ บอกว่าให้ไปพักผ่อนด้วยกัน

ชุนถูหมีไม่อยากไปทว่าปฏิเสธคนไม่เป็น อีกทั้งยังใจอ่อน พอดีตอนนั้นกั้วเอ๋อไม่สบาย นอนป่วยด้วยอาการที่ไม่หนักหนาแต่อย่างใด แต่ชุนต้าซันกลัวว่ากั้ยเอ๋อจะพลอยทำให้ลูกสาวป่วยไปอีกคน จึงยอมให้สวีซื่อพาลูกสาวไป

แต่คิดไม่ถึงว่าเมื่อไปถึงบ้านสกุลสวีที่อำเภอไหลสุ่ย สวีเหล่าไท่ไท่กลับพูดถึงเรื่องจะให้ชุนถูหมีออกเรือนขึ้นมา ตามฐานะแล้วสวีเหล่าไท่ไท่เป็นแค่มารดาของสวีซื่อ มีศักดิ์เป็นแค่ท่านยายบุญธรรมของชุนถูหมี พ่อและปู่ของนางยังอยู่ ไม่ต้องมาเดือดร้อนให้คนนอกมาจัดการเรื่องนี้สักหน่อย แต่สวีซื่อที่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงก็ดูเหมือนจะเห็นดีเห็นงามไปด้วย

แต่เดิมชุนถูหมีถูกบิดาและท่านปู่เลี้ยงดูอย่างประคบประหงม เป็นเด็กสาวใสซื่อ ไม่รู้ประสา

ณ เวลานั้นกั้วเอ๋อไม่ได้ไปด้วย สาวใช้ข้างกายก็เป็นคนของสกุลสวี ไม่มีใครช่วยนางส่งข่าวหรือออกความคิดเห็นใด ๆ ได้ เมื่อแอบได้ยินเรื่องนี้เข้าก็ตกใจแทบตาย ถือโอกาสที่ออกไปเดินเที่ยวในตลาด หาทางหนีจากบรรดาหญิงรับใช้ คิดจะวิ่งกลับอำเภอฟ่านหยางเพียงลำพัง

นางเป็นคุณหนูที่บอบบ่างอ่อนแอ อายุยังไม่ถึงสิบสี่ปี จะรู้จักทางกลับบ้านเสียที่ไหน สุดท้ายก็หลงทางอยู่บนเขาเป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ แล้วยังตากฝนตลอดทั้งคืน

จังหวะหนึ่งเด็กสาวที่ทั้งหิวทั้งตกใจพลันกลิ้งตกเขา หัวไปกระแทกถูกก้อนหินจนเสียชีวิต ที่ฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นชุนถูหมีคนนี้

ตอนนั้นชุนชิงหยางและชุนต้าซันได้ข่าวเรื่องนี้ก็แทบเสียสติ แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดลูกสาวจึงหนีกลับมามาเพียงลำพัง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเป็นเพราะสกุลสวีให้การดูแลนางไม่ดี ดังนั้นชุนต้าซันจึงประกาศอย่างชัดเจนว่าถ้าลูกของเขาไม่ฟื้นขึ้นมาจะหย่าขาดจากสวีซื่อ

นางสวีซื่อทั้งเสียใจทั้งคับแค้นใจ ทำให้แท้งบุตรที่เพิ่งอุ้มท้องได้ไม่นาน และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ชุนต้าซันรู้สึกผิดต่อนาง

หลังจากชุนถูหมีฟื้นนางไม่มีความทรงจำเดิมของเจ้าของร่างนี้แต่อย่างใด นอกจากมีความทรงจำช่วงหนึ่ง และเป็นความทรงจำเดียวที่แวบขึ้นมาในหัว ก็คือตอนที่สวีเหล่าไท่ไท่พูดกับลูกสาวว่า “สามีของเจ้ารักลูกสาวอย่างกับแก้วตาดวงใจ ถึงเจ้าจะมีลูกให้เขาก็ยังรั้งตำแหน่งที่สองในใจพ่อ แม้เจ้าที่เป็นภรรยาที่แต่งงานกับเขาอย่างถูกต้องก็ยังสำคัญสู้ลูกสาวของเขาไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตาเฒ่าชุนชิงหยาง เขาแทบจะควักหัวใจออกมาให้หลานสาวกินด้วยซ้ำ ยังดีที่ตอนนี้นังหนูนี่อายุไม่น้อย ถึงเวลาออกเรือนได้แล้ว ก็ถือโอกาสส่งนางไปแต่งงานให้ไกล ๆ ยิ่งไกลยิ่งดี ไปทางใต้จะดีที่สุด อย่างนั้นให้นางมีสินเดิมติดตัวไปไม่กี่ตำลึงก็ใช้ได้แล้ว ไม่ใช่แม่ดูถูกเขานะ ถึงสกุลชุนจะให้สินเดิมไปหมดบ้านก็เป็นเงินไม่เท่าไรหรอก แต่ถ้าทำแบบนี้ต่อไปลูกจะได้เป็นนายหญิงของสกุลชุนอย่างเต็มที่ แม่ให้อะไรเจ้าไปก็ไม่ต้องห่วงว่าเจ้าจะหูเบาหรือใจอ่อน ของที่ให้ชุนต้าซันจะได้ไม่ตกถึงมือลูกสาวของเขา”

แต่เรื่องที่ได้ยินนี้ชุนถูหมียังเก็บเอาไว้ ไม่เคยบอกใคร

ข้อแรก นางเพิ่งฟื้นขึ้นมา มีเหตุการณ์หลายอย่างและคนอีกหลายคนที่นางยังไม่เข้าใจนัก

ข้อสอง ตั้งแต่นางเห็นหน้าชุนต้าซันแวบแรก เห็นว่าเขามีใบหน้าเหมือนกับบิดาในยุคปัจจุบันของนางก็ใจอ่อนขึ้นมาทันที ไม่อยากทำร้ายชีวิตสมรสของเขา ไม่ว่าอย่างไรนางสวีซื่อก็ไม่ใช่คนเลว แค่เป็นคนที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเท่านั้น ขอเพียงหาวิธีให้นางสวีซื่อหลุดออกจากการควบคุมของมารดานาง ครอบครัวสกุลชุนคงจะมีความเป็นอยู่ที่สุขสงบมากกว่านี้

ภรรยาคนแรกของชุนต้าซันตายไปแล้ว ถ้าให้เขาต้องหย่ากับภรรยคนนี้อีก แล้วต่อไปเขาจะมีครอบครัวใหม่ได้หรือ หญิงดี ๆ ที่ไหนก็คงไม่ยอมแต่งกับเขาแน่ จะให้พ่อของนางอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายไปจนแก่เฒ่าได้อย่างไร ตอนนี้จิตวิญญาณและความรู้ของนางเป็นคนยุคปัจจุบัน จึงรู้ดีว่าต่อให้ลูกสาวดีแค่ไหนก็ไม่อาจแทนที่คู่ชีวิตที่ดีได้

ดังนั้นเมื่อฟื้นขึ้นมา ท่านปู่กับท่านพ่อถามเรื่องนี้กับนาง นางจึงพูดแต่ว่าตนได้ยินเรื่องการแต่งงานทำให้เกิดหวาดกลัว คิดหนีกลับบ้าน ไม่ได้พูดถึงเรื่องอื่น ดังนั้นความตั้งใจของสวีเหล่าไท่ไท่จึงยังไม่ถูกเปิดโปง

สวีเหล่าไท่ไท่รีบแก้ตัวไปว่าชุนถูหมีฟังผิด นางแค่พูดว่าจะช่วยหาคู่ครองดี ๆ ให้เท่านั้น

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Jan25
โคตรสนุก โคตรมันส์ โคตรสะใจ
เมื่อ 5 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee
สนุกมากค่ะ ติดงอมแงม
เมื่อ 7 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว