ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-30 ของขวัญวันเกิด

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

30 ของขวัญวันเกิด

แต่นางก็ไม่กล้าโต้แย้ง ได้แต่ก้มหน้าเดินออกไป

ในความคิดของนาง อาการบาดเจ็บของชุนถูหมีเป็นฝีมือของสวีเหล่าไท่ไท่ จะโทษก็ต้องไปโทษฮูหยิน ถ้าเกิดนายท่านไม่พอใจฮูหยินแล้วเปลี่ยนมานอนในห้องนางสิจึงจะถูก ทำไมจู่ๆ ก็มาพาลเอากับนางเสียได้

นางสวีซื่อเกิดความไม่พอใจขึ้นมา นางคิดว่าสามีเอาแต่กลัวว่าชุนถูหมีจะหนาว ตั้งแต่ย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงนางเองก็หนาวจนต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่เห็นเขาจะสนใจไต่ถามสักคำ

นางลืมไปแล้วว่าในฐานะนายผู้หญิงของบ้าน นางควรเป็นคนจัดการเรื่องนี้

เพราะชุนต้าซันกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่จึงไม่ได้สังเกตถึงสีหน้าของภรรยา เขาถือโอกาสที่เสี่ยวฉินออกไปกุมมือนางสวีซื่อเอาไว้ นางสวีซื่อยังคิดว่าชุนต้าซันอยากจะแสดงความรักใคร่ระหว่างสามีภรรยา กำลังจะแสดงท่าทีเขินอายด้วยการดึงมือกลับมา แต่เสียงของชุนต้าซันก็ดังขึ้นเสียก่อน “ต่อไป อย่าได้เรียกแม่ของเจ้ามาที่นี่บ่อยนัก”

“อะไรนะ” นางสวีซื่อตะลึงงันมองชุนต้าซันอย่างคิดไม่ถึง

“นางเป็นผู้ใหญ่ให้มาเยี่ยมผู้น้อยบ่อยๆ ได้ที่ไหน” ชุนต้าซันพูดอย่างจริงจัง ดูแล้วไม่ได้พูดเล่นแม้แต่น้อย “ถ้าเจ้าเกิดคิดถึงบ้าน นึกอยากกลับบ้านเดิม ข้าส่งเจ้ากลับไปก็ได้นะ”

“ท่านพี่ แต่....”

“ไม่มีแต่” ชุนต้าซันตัดบทนางสวีซื่อ “ในเมื่อเจ้าแต่งกับข้าก็นับเป็นสะใภ้สกุลชุน หากไม่มีเรื่องอะไรก็อย่าได้ดึงบ้านเดิมมาเกี่ยวข้อง”

“ข้าแต่งกับท่านแต่ก็ยังเป็นลูกสาวของท่านแม่ ท่านแม่จะมาเยี่ยมข้าไม่ได้หรือไง” นางสวีซื่อคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้ชุนต้าซันทำไปเพื่อชุนถูหมี นางรู้สึกว่าสามีสนใจแต่บุตรสาว ไม่สนใจภรรยา จึงมีสีหน้าดื้อรั้นขึ้นมา “ท่านก็พูดแล้วว่าท่านแม่ข้าเป็นผู้ใหญ่ แล้วเวลาที่ท่านแม่จะมา ข้าจะไล่ไปได้รึ ข้ารู้ว่าท่านไม่ชอบที่ท่านแม่ชอบยุ่งไปเสียทุกเรื่อง เอาอย่างนี้... ข้าจะห้ามนางไว้ก็แล้วกัน”

“ไม่ต้อง เรื่องนี้ไม่ต้องมาต่อรองอะไรกันอีก” ชุนต้าซันเริ่มมีโทสะ

เขาไม่ใช่คนชอบอะไรยืดเยื้ออยู่แล้ว การที่ต้องคอยดูแลทหารใต้บังคับบัญชาถึงห้าสิบคน ทำให้เขามีความน่าเกรงขามอยู่บ้าง เพียงแต่เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจผู้หญิงถึงได้อดทนอดกลั้น ยอมไปเสียทุกอย่าง มีบางครั้งแม้ไม่ยินดีแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ แต่การทนก็มีขีดจำกัดของมันเหมือนกัน แม่ยายผู้นั้นทำให้เขาหมดความอดทนก็คราวนี้

“ถ้าเกิดข้าไม่รับปากล่ะ” นางสวีซื่อถามอย่างดึงดัน

“ง่ายมาก” ชุนต้าซันลุกขึ้นยืน รวบผมขึ้นมาเกล้ามวยด้วยตัวเอง

เขาเป็นทหารมาเก้าปี เดือนสิบเอ็ดและเดือนสิบสองของทุกๆ ปีจะต้องเข้ารับการฝึกซ้อมในค่ายทหาร ซ้ำเขายังเคยเป็นพ่อม่ายมานานหลายปี เลี้ยงดูลูกสาวจนเติบใหญ่เพียงลำพังโดยไม่ต้องให้ใครมาคอยปรนนิบัติรับใช้ “ถ้าเกิดแม่ของเจ้ามาอีก ข้าจะไม่ไล่นางกลับไป แต่...”เขาสูดหายใจลึกๆ บอกตัวเองว่าครั้งนี้จะใจอ่อนไม่ได้ “วันที่นางกลับ เจ้าก็ตามนางกลับไปด้วยเลยแล้วก็ไม่ต้องมาอีก”

คำพูดนี้เมื่อหลุดออกมา นางสวีซื่อได้แต่ยืนทื่อเป็นท่อนไม้

ถ้าพูดอย่างนี้แสดงว่า ถ้ามารดาของนางมาสร้างความยุ่งยากให้สกุลชุนอีก สามีจะหย่าขาดจากนาง

เท่าที่นางจำได้ ชุนต้าซันไม่เคยทำอะไรเด็ดขาดมาก่อน ดูท่าการที่ชุนถูหมีได้รับบาดเจ็บเท่ากับเป็นการกระตุกหนวดเสือโดยแท้

ชุนต้าซันพูดเรื่องนี้จบแล้วก็เดินออกไปที่ห้องโถงของเรือนหลักโดยไม่สนใจนาง นางสวีซื่ออยากจะสะบัดหน้าไม่สนใจเขาบ้างแต่ก็กลัวว่าชุนต้าซันอาจโมโหตนขึ้นมาจริงๆ เพื่อให้ได้แต่งงานกับเขานางถึงกับลงแรงวางแผนไปไม่น้อย อีกทั้งยังวางท่าจะเป็นจะตายกับมารดากว่าจะมีวันนี้ได้แล้วนางจะกล้าหาเรื่องขัดใจเขาได้รึ จำเป็นต้องกัดฟันบากหน้าเดินตามไป

ในห้องโถงใหญ่ อาหารเย็นถูกจัดเตรียมไว้มากมาย

คนสกุลชุนไม่ต้องให้บ่าวรับใช้มาคอยยืนข้างๆ คอยรับใช้ระหว่างกินข้าว แต่ก็ไม่ได้ตามสบายถึงขนาดนายบ่าวนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกัน ดังนั้น กั้วเอ๋อและเสี่ยวฉินจัดอาหารเสร็จแล้วจึงเดินกลับไปกินข้าวที่ห้องครัว อาหารของลุงโจวถูกยกออกไปส่ง วันนี้เป็นการเลี้ยงต้อนรับชุนต้าซันกลับบ้าน คนในบ้านจึงทำอาหารเต็มโต๊ะ แต่เพราะเป็นครอบครัวที่ไม่มีฐานะร่ำรวยอะไร จึงไม่มีอาหารเลิศรสที่ทำอย่างพิถีพิถัน

อาหารมื้อใหญ่มื้อนี้นอกจากมีเนื้อหมู เนื้อไก่ ยังเพิ่มเนื้อปลาและเนื้อแพะที่ค่อนข้างแพงเข้ามาด้วย เนื้อแพะมีทั้งทอดมีทั้งย่าง ส่วนปลาก็ใช้นึ่ง เป็นการกินอาหารแบบคนทางเหนือแท้ๆ นอกเหนือจากนี้ยังมีผักดองอีกจานหนึ่ง ไว้กินกับแผ่นแป้งของชาวเผ่านอกด่านหรือที่เรียกว่าแผ่นแป้งชาวหู[1]

ผักดองใช้ผักสารพัดชนิดมาดองมีทั้งหั่นละเอียดและหั่นหยาบ อีกทั้งราคายังถูกมาก เป็นอาหารที่ชาวบ้านทั่วไปกินได้ จึงมีชื่ออีกอย่างว่าผักร้อยปี[2] วันนี้สกุลชุนใช้ผักคึ่นไช่เป็นตัวหลักในการทำผักดองชนิดนี้ ทั้งยังใส่กระเทียมสับละเอียด ใส่ผักจี้ไฉ่ แล้วยังมีหน่อไม้กับรากบัวที่ราคาแพงเสริมเข้ามาอีกเล็กน้อย พอมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกันจึงเป็นอาหารที่อร่อยลิ้นและสร้างความรู้สึกสดชื่นให้ผู้ทาน

ในสมัยปัจจุบันชุนถูหมีเป็นคนชอบหาของกินอร่อยๆ เป็นทุนเดิม นางมีความคิดว่าอาหารที่อร่อยไม่จำเป็นต้องหน้าตาดูดีหรือใช้วัตถุดิบราคาแพงเท่านั้น อาหารชาวบ้านที่ทำกินร่วมกันเป็นหม้อใหญ่ๆ ก็อร่อยได้ ยิ่งถ้ามีคนรู้จักนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน ยิ่งมีความสุขมากเข้าไปใหญ่

แต่เสียดายที่วันนี้นางรับรู้ถึงแรงกดดันบนโต๊ะอาหาร แม้ชุนต้าซันพยายามพูดคุยเรื่องสนุกสนานเพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น แต่นางสวีซื่อก็ยังเอาแต่ทำหน้าบูดบึ้ง ต่อให้ตาบอดก็รู้ว่านางกำลังแสดงความไม่พอใจออกมา

ชุนถูหมีเกลียดคนที่สร้างมลพิษทางอากาศอย่างนี้ที่สุด ทุกคนกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน แม้จะเป็นภายในครอบครัว แต่การทำหน้าตาบึ้งตึงอย่างนี้เท่ากับต้องการให้ทุกคนมีความรู้สึกที่ไม่ดีตามไปด้วย มีเรื่องอะไรจะไปพูดกันเป็นการส่วนตัวไม่ได้หรือ?

นางสวีซื่อคนนี้ทำอะไรก็ไม่เคยคิดถึงคนอื่น ไม่รู้จักขนบประเพณี ไม่คู่ควรกับบิดาของนางเลยจริงๆ

กั้วเอ๋อเตรียมสุราเอาไว้เพื่อแสดงความยินดีในคืนนี้ เป็นสุราเหลือง[3]ธรรมดา สำหรับยุคสมัยนี้สีของสุราเหลืองจะออกแดงๆ สีไม่ใส เห็นตะกอนขุ่นอยู่เล็กน้อยแต่มีฤทธิ์ค่อนข้างแรง วันนี้ชุนต้าซันมีเรื่องไม่ค่อยสบายใจ พอดื่มเข้าไปไม่กี่จอกก็เริ่มพูดเสียงอ้อแอ้ เขาคลำสาบเสื้อก่อนล้วงห่อผ้าสีแดงออกมา

“วันที่สิบ เดือนสิบเป็นวันเกิดของเจ้า พ่อสั่งทำปิ่นเงินชิ้นนี้ให้เป็นของขวัญวันเกิด” ท่าทางของชุนต้าซันเหมือนจะพูดเอาใจ เลื่อนห่อผ้าสีแดงไปอยู่ตรงหน้าชุนถูหมี “วันนี้ตอนที่ใต้เท้านายอำเภอขึ้นศาลไต่สวนคดี ท่านหาตัวขอทานที่แย่งถุงเงินพ่อเจอแล้ว มันเลยคืนปิ่นเงินนี้มาให้ หากเจ้าไม่ถือสาว่ามันแปดเปื้อนกับคดีความของพ่อ เจ้าจงรับมันไว้เสีย ไม่ต้องรอให้ถึงวันเกิด”

ชุนถูหมีไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องประดับโบราณ แต่เพราะเป็นของขวัญที่บิดาทำให้ แค่เห็นนางก็ชอบอย่างยิ่ง ส่วนนางสวีซื่อเห็นปิ่นเงินอันนี้แม้จะไม่มีค่ามีราคาสักเท่าไร แต่รูปแบบดูแปลกตา มีแมลงตัวเล็กๆ บินเกาะอยู่บนดอกบัวที่ปลายด้านหนึ่ง หนวดของแมลงตัวนี้ม้วนกลมๆ สองข้าง ไหวไปไหวมาดูแล้วมีชีวิตชีวายิ่งนัก

นางคิดแต่ว่าเวลาที่ชุนต้าซันมีของดีๆ ก็เอาแต่คิดถึงลูกสาวโดยไม่คำนึงถึงตน ก็อดตำหนิติเตียนเขาในใจไม่ได้ ตอนนี้นางอยากให้ชุนถูหมีหายสาบสูญไปเสียเดี๋ยวนี้ โดยไม่สนใจฟังเลยว่านี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ชุนต้าซันซื้อให้ลูกสาว นางเป็นถึงแม่เลี้ยง วันเกิดของลูกเลี้ยงก็ยังไม่สนใจจำและยังลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ชุนต้าซันยังใช้เงินเก็บส่วนตัวซื้อกำไลหยกที่มีค่ามากกว่าปิ่นเงินอันนี้ให้กับนางไปแล้ว

จะว่าไป นางถูกสวีเหล่าไท่ไท่เลี้ยงตามใจจนกลายเป็นเศรษฐีน้อยๆ ที่จิตใจคับแคบ หลังจากแต่งมาเป็นนายหญิงของบ้านก็ไม่คิดสนใจดูแลครอบครัวให้ดี เอาแต่ตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับคนในครอบครัวสกุลชุน คิดจะแย่งชิงความรัก ความเอาใจใส่มาเป็นของตัวเองโดยไม่คิดจะรักคนอื่นบ้าง นางต้องการเป็นคนสำคัญที่สุดจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เข้าท่ามากมายเช่นนี้

หลังจากกินอาหารเย็นชุนต้าซันก็กลับไปนอนพักที่ห้อง ตอนนี้เขารู้สึกมึนหนักจากฤทธิ์สุรา อีกทั้งหลายวันมานี้ถูกขังอยู่แต่ในคุก ย่อมเกิดความเคร่งเครียดและวิตกกังวล พลังงานจึงหดหายไปไม่น้อย

อีกเรื่องก็คือพรุ่งนี้เขายังต้องเข้าไปยังกรมทหารแต่เช้าเพื่อรายงานตัว แม้ขุนนางในเหล่าทัพจะรู้ถึงสาเหตุที่เขาขาดการฝึกซ้อม แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องไปรายงานด้วยตัวเองอีกครั้ง อีกทั้งเขายังต้องไปขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยฟางแห่งร้านหลินสุ่ยด้วย

----------------------------

[1] หู เป็นคำเรียกชาวเผ่านอกด่านทุกชาติที่ไม่ใช่ชาวจีนฮั่น แผ่นแป้งชาวหู ที่จริงก็คือ แผ่นแป้งกลมๆ ที่เอาไปอบในเตา เหมือนแผ่นนานของอินเดีย

[2] เหตุที่เรียก ผักร้อยปีเพราะว่า ผักดองเป็นของราคาถูกที่ชาวบ้านยากจนสามารถหามากินได้ แล้วคนอายุร้อยปีก็ยังกินอาหารชนิดนี้ได้

[3] สุราเหลือง 黄酒เป็นสุราโบราณที่หมักจากข้าวเป็นหลัก เป็นสุราที่ชาวบ้านหมักกันเอง ความแรงไม่ถึง 20 ดีกรี มีสีออกเหลืองๆ จึงเรียกว่า สุราเหลือง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย กาในฝูงหงส์​
เห็นแก่ตัว​ ใจดำ
เมื่อ 3 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Anne Duangdao
เมื่อไหร่จะหย่า นังเมียไม่ได้ความนี่ไปซะที น่ารำคาญมว๊าก
เมื่อ 4 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว