ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-130 เล่นชู้ (เหมือนว่าบท 128 กับ 129 ครึ่งท้ายมีคำบรรยายที่ซ้ำกัน บทนี้ฟรีให้จ้ะ)

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

130 เล่นชู้ (เหมือนว่าบท 128 กับ 129 ครึ่งท้ายมีคำบรรยายที่ซ้ำกัน บทนี้ฟรีให้จ้ะ)

ที่จริงแล้วชุนถูหมีก็แค่เดาเอาจากเบาะแสต่างๆ ที่นางมีอยู่

แต่คนเราพอมีชนักปักหลัง พูดอะไรนิดหน่อยก็คิดมากไปเอง แค่ท่าทางเอาจริงเอาจังของสวีเหล่าไท่ไท่ก็สามารถทำให้เสี่ยวฉินที่หูเบา ใฝ่สูง หลงตัวเองว่าหน้าตาสะสวยก็ตกใจจนแยกแยะอะไรไม่ออก

“วันที่ท่านฟ่านเจี้ยนหายตัวไป เจ้าออกไปข้างนอกกว่าจะกลับมาก็เย็น ถึงจะมีคำอธิบาย แต่ปกติเจ้าก็เป็นคนที่รู้อะไรควรไม่ควร แสดงว่าต้องมีเรื่องปิดบังอยู่” ชุนถูหมีชมเสี่ยวฉินให้รู้สึกคลายความกังวลไปก่อน “หลังจากนั้นเจ้าก็ดูเหมือนมีเรื่องในใจอยู่ตลอด ตอนให้มาบ้านสกุลสวีก็ดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ ปกติเจ้าชอบกลับบ้านสกุลสวีมาก แต่พอได้ยินว่าท่านพ่อข้าจะให้เจ้าอยู่ที่นี่ต่อ ก็ตกใจจนต้องมาหาข้ากลางดึก แสดงว่าต้องมีคนที่เจ้าหวาดกลัวมากกว่า ทำให้ไม่นึกอยากอยู่ที่นี่ และถ้าไม่ใช่สวีเหล่าไท่ไท่แล้วจะเป็นใครได้อีก ก่อนหน้านี้เจ้าไม่กลัวนาง แต่พอท่านฟ่านเจี้ยนหายตัวไปเจ้าก็เลยกลัว พอเอามาคิดโยงกันก็เดาได้ไม่ยาก”

เสี่ยวฉินหมอบอยู่กับที่วางเท้า นางไม่ได้คุกเข่า แต่หมอบตัวเอียงๆ พร้อมกับโขกศีรษะ “คุณหนูช่วยบ่าวด้วย! บ่าวคิดว่าสวีเหล่าไท่ไท่คงยังไม่รู้เรื่องนี้ แต่ถ้านางเกิดรู้เข้า นางจะต้องตีบ่าวจนตายแน่ๆ คุณหนูช่วยชีวิตบ่าวสักครั้งเถอะเจ้าค่ะ บ่าวยินดีเกิดเป็นม้าเป็นลาตอบแทนคุณหนูชาติหน้า บางทีนายท่านฟ่านอาจจะยังไม่ได้บอกอะไรกับสวีเหล่าไท่ไท่ แต่กระดาษห่อไฟไม่มิดอยู่แล้ว วันนี้สวีเหล่าไท่ไท่ก็ยังจ้องบ่าวด้วยสายตาแปลกๆ ด้วย คุณหนูได้โปรดพาบ่าวกลับไปด้วยเถอะเจ้าค่ะ!”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องอะไร” ชุนถูหมีถามเสียงเย็น

ที่จริงนางเดาได้แล้วว่าคงไม่พ้นเรื่องชู้สาวอะไรทำนองนี้ ทว่านางต้องได้ยินเสี่ยวฉินพูดจากปากเองจึงจะมั่นใจได้

เสี่ยวฉินอิดออดอยู่นานกว่าจะยกมือปิดหน้าพูดว่า “บ่าวไม่มีหน้าจะพูด บ่าวผิดไปแล้ว ตอนนี้บ่าวยังอยากจะตายเสียด้วยซ้ำ!”

ชุนถูหมีนั่งเงียบ คิดในใจว่า ‘เหอะ! ถ้าเจ้าอยากตายจริงๆ คงไม่มาหาข้าหรอก’

จากนั้นเสี่ยวฉินกระบิดกระบวนอยู่พักใหญ่ก่อนพูดว่า “เมื่อสิ้นปี ตอนที่นายท่านพาคุณหนูไปเมืองเหลียวตงหาท่านตาท่านยาย ฮูหยินถูกส่งกลับมาที่นี่ อยู่ที่นี่นานเกือบสามเดือน ตอนนั้นสวีเหล่าไท่ไท่ให้ฮูหยินอยู่ข้างกายด้วยตลอดจึงไม่มีใครดูแลนายท่านผู้เฒ่า สวีเหล่าไท่ไท่ให้บ่าวไปคอยรับใช้ บ่าวก็ทำงานตามหน้าที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงถูกใจนายท่านผู้เฒ่าเข้า ตอนนั้นนายท่านผู้เฒ่าบอกว่าจะ... บอกว่าจะเลี้ยงดูบ่าวเจ้าค่ะ” พอเล่าถึงตรงนี้เสียงของเสี่ยวฉินก็เบาลงเรื่อยๆ ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะรอบข้างเงียบสงัด ชุนถูหมีคงฟังไม่ได้ยิน

“แม้บ่าวจะไม่ได้เกิดในสกุลสวีแต่ก็อยู่ที่นี่ตั้งแต่เล็ก รู้นิสัยของสวีเหล่าไท่ไท่เป็นอย่างดี ปกติแค่นายท่านผู้เฒ่าเปิดชุมนุมพูดคุยเรื่องโคลงกลอนพร้อมกับดื่มสุราที่หอนางโลม สวีเหล่าไท่ไท่ก็อาละวาดเสียใหญ่โต แล้วจะยอมให้นายท่านผู้เฒ่าเลี้ยงผู้หญิงอื่นได้อย่างไร” เสี่ยวฉินพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ถึงบ่าวจะไม่กล้าบอกว่าตัวเองมีชาติมีตระกูล แต่อย่างน้อยบ่าวก็เป็นผู้หญิงที่ไม่มีอะไรด่างพร้อย บ่าวเป็นคนรักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไร จึงปฏิเสธนายท่านผู้เฒ่าไป” นางพูดพร้อมแอบมองชุนถูหมี

ชุนถูหมีหลุบตาต่ำ มีเงาจากแสงไฟไหวไปมาบนใบหน้าของนางจนเสี่ยวฉินมองไม่เห็นสีหน้าและแววตาของนางจึงเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

ตอนนี้ชุนถูหมีหัวเราะเสียงเย็นในใจ มีชาติมีตระกูล? เป็นผู้หญิงที่ไม่ด่างพร้อย? รักศักดิ์ศรี? เจ้าคิดจะปีนขึ้นเตียงของท่านพ่อข้าอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรือ สกุลชุนเป็นครอบครัวเล็กๆ ไม่มีโอกาสให้ทำอะไรได้มากเหมือนกับตระกูลใหญ่ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะนางสวีซื่อคอยจับตาดู ป่านนี้เสี่ยวฉินคงกระโจนขึ้นเตียงท่านพ่อไปนานแล้ว ที่เสี่ยวฉินปฏิเสธฟ่านเจี้ยนเพราะรู้ดีว่านางไม่มีวันเป็นอนุภรรยาของฟ่านเจี้ยนได้ถ้าสวีเหล่าไท่ไท่ยังมีชีวิตอยู่

ความจริงถึงฟ่านเจี้ยนจะแต่งเข้าบ้าน แต่สวีเหล่าไท่ไท่ก็ไม่ได้มีทายาทสืบสกุลให้กับสกุลสวี ปกติถ้าเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะหาเมียน้อยให้สามีอีกคนเพื่อให้มีทายาทสืบสกุล ดูแลกิจการต่อไป หรือไม่ก็รับลูกเขยเข้าบ้านให้กับนางสวีซื่อผู้เป็นลูกสาว

นี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่สวีเหล่าไท่ไท่ต้องการให้นางสวีซื่อเลิกรากับบิดาของนาง

ฟ่านเจี้ยนเป็นคนหน้าตาใช้ได้ เป็นพวกบัณฑิตหน้าขาว เหมือนพวกตาเฒ่าหน้าขาวที่หน้าไม่อายประมาณนั้น แต่หน้าตาก็เทียบไม่ได้กับชุนต้าซัน ถ้าเสี่ยวฉินเป็นคนชอบหนุ่มหล่อ ไม่มีทางทิ้งชุนต้าซันมาหาฟ่านเจี้ยน แต่ถ้าเสี่ยวฉินเห็นแก่เงิน สกุลชุนถึงจะไม่มีเงินทองล้นฟ้าแต่ก็พอมีพอกิน ไม่ตระหนี่ถี่เหนียวกับคนรอบข้าง อย่างไรก็นับว่าดีกว่าพวกใจแคบอย่างสกุลสวีที่ทำตัวเป็นไก่ขนเหล็ก ไม่ยอมให้ขนหลุดออกมาสักเส้น

ถึงสกุลสวีจะร่ำรวยมีเงินทอง แต่สวีเหล่าไท่ไท่เป็นคนควบคุมทุกอย่าง ฟ่านเจี้ยนคิดจะใช้เงินมือเติบก็ยังต้องแบมือขอเงินจากนาง เงินทองที่ให้สกุลฟ่านก็ยังต้องแอบขโมยไปให้ แล้วเสี่ยวฉินยังคิดจะเป็นเมียน้อยของเขยที่แต่งเข้าบ้านอย่างนี้ ไม่ตายก็ถือว่าบุญมากแล้ว ยังคิดว่าจะมีเงินมีทอง ใส่เสื้อผ้าสวยๆ ดีๆ เชิดหน้าชูตากับเขาได้อย่างไร

ดังนั้น... ถือว่าเสี่ยวฉินฉลาดที่ปฏิเสธฟ่านเจี้ยนไป แต่ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นนางกับฟ่านเจี้ยนยังร่วมมือกันทำอะไรอีก

“พูดต่อไป” ชุนถูหมีพูด

เสี่ยวฉินทำท่าไม่กล้าพูดขึ้นมา นางก้มหน้าจนเกือบติดพื้น “นายท่านผู้เฒ่าเป็นคนมีความรู้ มีจิตใจละเอียดอ่อนกว่าคนอื่น พอบ่าวปฏิเสธเขาก็ยังไม่ตัดใจ วันนั้นที่สวีเหล่าไท่ไท่ไปบ้านสกุลชุนเพื่อส่งฮูหยินกับนายท่าน นายท่านผู้เฒ่าก็เลยขอตามมาด้วยเพื่อให้ได้อยู่กับบ่าวมากขึ้นอีกหน่อย ต่อมานายท่านผู้เฒ่าแสร้งบอกว่าไม่ค่อยสบาย เข้าไปนอนพักในห้องแล้วก็แอบออกไปข้างนอก ที่จริงแล้วเขาไปดื่มสุราที่ร้านขายสุรา ตอนนั้นคุณหนูบอกให้บ่าวออกไปซื้อเนยแข็ง บ่าวเดินผ่านร้านขายสุรา นายท่านผู้เฒ่าเลยเรียกบ่าวไปนั่งดื่มเป็นเพื่อน บ่าวไม่กล้าขัดเลยไปนั่งดื่มด้วย ต่อมาก็ดื่มสุราจนเมามายด้วยกันทั้งคู่ ก็เลย... ก็เลย...”

ชุนถูหมีถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ ถลึงตาโตอย่างตกใจ เพราะว่าเรื่องนี้มันน่าตกใจเสียจริงๆ!

ร้านขายสุราร้านนั้นนางเคยเห็นผ่านตา เพราะมีลูกค้ากินสุราเมาอยู่เป็นประจำ จึงได้สร้างเพิงหยาบๆ ขึ้นมาหลังร้านให้คนที่เมาสุรานอนพักจนกว่าจะสร่างเมา จากคำพูดของเสี่ยวฉินแสดงว่าฟ่านเจี้ยนถึงกับทำอะไรโฉ่งฉ่าง ทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงที่เพิงหลังร้าน นั่นไม่ต่างจากการทำอะไรกันกลางแจ้ง คงเพราะถูกสวีเหล่าไท่ไท่ควบคุมมานานถึงยี่สิบกว่าปี เก็บกดอย่างที่สุด ถึงได้ระเบิดออกมาอย่างไม่สนใจสภาพแวดล้อมรอบข้าง มิน่าใครๆ ถึงพูดกันว่า ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน กลัวก็แต่คนเจ้าชู้ที่เป็นปัญญาชนนี่แหละ

แต่ถ้าพูดอีกที สิ่งที่เสี่ยวฉินพูดมาต้องไม่ใช่ความจริงทั้งหมด นางคาดหวังกับชุนต้าซันมานาน ตอนนี้คงเห็นว่าไม่มีโอกาสแล้วจึงคิดจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง ได้เงินมานิดหน่อยก็ยังดี ชุนถูหมีเดาว่าความเป็นไปได้มากที่สุดที่ทำให้เสี่ยวฉินยอมเสี่ยงตายก็คือ ตอนนั้นฟ่านเจี้ยนจะต้องเสนอเงินทองหรือผลประโยชน์อะไรให้ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นด้วยสภาพของสถานที่ที่เป็นเพิงเปิดโล่งสี่ด้านอย่างนั้น หากเสี่ยวฉินตะโกนขึ้นมาฟ่านเจี้ยนจะทำการสำเร็จได้อย่างไร หลังจากนั้นในวันเทศกาลโคมไฟ เสี่ยวฉินยังหาเรื่องแต๊ะอั๋งชุนต้าซันอยู่ตลอด ผู้หญิงเจ้าชู้อย่างนี้รีบกำจัดให้ห่างๆ จะดีที่สุด

“ตอนนี้เจ้าเป็นคนของท่านฟ่านเจี้ยนแล้วใช่หรือไม่” ชุนถูหมีถามตรงๆ เรื่องสำคัญอย่างนี้จะมานั่งเดาเองไม่ได้ ต้องถามให้รู้เรื่องกันไปเลย

เสี่ยวฉินพยักหน้าอย่างอายๆ

“ที่ท่านฟ่านเจี้ยนหายตัวไปเกี่ยวกับเจ้าหรือไม่?” ชุนถูหมีถามต่อ

เสี่ยวฉินยืดตัวขึ้นมาพร้อมกับส่ายหน้ารัวๆ “คุณหนู ท่านต้องเชื่อบ่าวนะเจ้าคะ บ่าวไม่รู้อะไรเลย” ดูท่าทางของนางไม่ใช่แสร้งทำ

“วันนั้นนายท่านผู้เฒ่าบอกกับบ่าวว่าจะกลับมาพูดกับสวีเหล่าไท่ไท่ เพื่อรับบ่าวเข้าบ้าน” เสี่ยวฉินอธิบายต่อไป “แต่จริงๆ แล้วบ่าวก็ไม่รู้ว่านายท่านผู้เฒ่าได้บอกกับสวีเหล่าไท่ไท่หรือไม่ หลายวันมานี้ที่ดูบ่าวกังวลใจ มีเรื่องให้คิดตลอด ก็เพราะเป็นห่วงว่าเรื่องนี้จะมีผลอย่างไร บ่าวรู้ว่าตัวเลอะเลือนไปชั่วขณะ ทำเรื่องผิดพลาด ทว่าบ่าวก็กลัวสวีเหล่าไท่ไท่จะหาวิธีกำจัดบ่าวเจ้าค่ะ”

ชุนถูหมีไม่พูดอะไร แต่คิดในใจว่า เป็นไปได้ว่าฟ่านเจี้ยนอาจจะแย้มพรายเรื่องนี้กับสวีเหล่าไท่ไท่ไปแปดส่วน แต่ยังไม่ทันพูดรายละเอียดชัดเจน ดังนั้นสวีเหล่าไท่ไท่ยังไม่ลงมือเล่นงานเสี่ยวฉินทันที แต่น่าจะเกิดความสงสัยในตัวเสี่ยวฉินอย่างมาก เพราะฟ่านเจี้ยนอยู่ภายใต้การควบคุมของสวีเหล่าไท่ไท่อย่างเข้มงวดมาตลอด แทบไม่มีโอกาสพูดคุยรู้จักกับหญิงสาวอายุน้อยคนอื่น

“คุณหนู ท่านพาบ่าวกลับไปด้วยเถอะเจ้าค่ะ” เสี่ยวฉินร้องไห้อ้อนวอน “ถ้าอยู่สกุลสวีต่อ บ่าวไม่ถูกตีตายก็ต้องถูกขายไปที่อื่นแน่ๆ”

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Mintsri Phmu
สนุกมากๆเลยค่าาา
เมื่อ 5 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Taneya
ขอบคุณหลาย ๆ เด้อ
เมื่อ 5 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว