ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-12 ว่าความให้บิดา

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

12 ว่าความให้บิดา

ถ้าเกิดเบื้องหลังจางอู่เหนียงมีคนบงการ

แล้วคนผู้นั้นรู้ว่านางไปเชิญหมอความที่จะช่วยให้ชุนต้าซันพ้นมลทินได้ คนผู้นั้นจะต้องหาทางขัดขวางไม่ให้นางทำสำเร็จ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ จากเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์ แสดงให้เห็นถึงแผนการร้ายที่จงใจสร้างความปั่นป่วนให้นางรับมือไม่ได้

“คุณหนู ทำอย่างไรดี” กั้วเอ๋อร้อนใจถึงกับกระทืบเท้า “ตอนนี้เราจะไปหาหมอความก็ไม่ทันแล้ว เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งเค่อก็จะเปิดศาล ถ้านายท่านไม่ยอมรับ ก็จะถูกใช้เครื่องลงทัณฑ์”

ชุนถูหมีตัดสินใจเด็ดขาด ออกคำสั่งกับกั้วเอ๋อว่า “ตอนมาถึงที่นี่ ข้าเห็นโต๊ะรับเขียนหนังสือที่ตั้งอยู่นอกที่ว่าการ” นางล้วงกระดาษในอกเสื้อออกมา “เมื่อคืนข้าไม่มีอะไรทำก็เลยลองเขียนคำร้องทุกข์เอาไว้ ยังดีที่วันนี้พกติดตัวมาด้วย เจ้ารีบเอาไปขอให้คนคัดมาตามนี้ฉบับหนึ่ง ให้เงินเขาห้าสิบอีแปะ อย่างไรก็พอแน่ ๆ”

คนที่มาตั้งโต๊ะรับเขียนหนังสืออยู่หน้าที่ว่าการอำเภอส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนที่รู้หนังสือ หรือไม่ก็มีชื่อเสียงอยู่บ้างแต่ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง งานที่คนเหล่านี้รับทำก็คือรับเขียนคำร้องทุกข์เช่นกัน แต่พวกเขาจะรับเขียนคำร้องทุกข์ตามที่เจ้าทุกข์มาขอให้เขียน เรียกได้ว่าเป็นการบันทึกข้อความซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อการว่าความ ไม่มีส่วนร่วมเกี่ยวกับขั้นตอนในการฟ้องร้องที่แท้จริง ดังนั้นจึงเก็บเงินค่าเขียนแค่สามสิบอีแปะ คนที่มาขอให้พวกเขาช่วยเขียนจะต้องเป็นคนที่ยากจนและไม่รู้จักหนังสือจริง ๆ เท่านั้น

กั้วเอ๋อวิ่งออกไปอย่างรีบร้อน

ชุนถูหมีหันไปพูดกับพี่เสี่ยวจิ่วด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “รบกวนพี่เสี่ยวจิ่วช่วยไปเรียกพยานที่พวกเราหาเจอเมื่อวานนี้ให้มารอขึ้นศาลด้วย ถ้าเกิดพวกเขายอมมาช่วย ขอแค่พวกเขาพูดความจริง สกุลชุนของเรามีสินน้ำใจตอบพวกเขาอยู่แล้ว ให้พี่ขอร้องพวกเขาดี ๆ ก่อน แต่ถ้าพูดอย่างไรก็ยังไม่ยอมมาช่วย...”

ชุนถูหมีตัดสินใจ “ก็บอกพวกเขาว่าในกฎหมายต้าถังกำหนดไว้ว่า ผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์แล้วไม่ยอมพูดความจริงหรือไม่ยอมรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นก็มีโทษด้วยเหมือนกัน พ่อของข้าถูกคนใส่ร้ายถึงขั้นต้องถูกจับขังคุก ข้าชุนถูหมีเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่มีชื่อเสียงหรือเกียรติยศใดๆที่ต้องกังวล อย่างไรก็จะลากพวกเขาออกมาลงน้ำครำด้วยกันให้ได้”

ชุนถูหมีสามารถพูดเรื่องการข่มขู่ หรือจ่ายผลประโยชน์กับพยานได้อย่างไม่กระดากปาก ไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใด นางอยากหลีกเลี่ยงความรุนแรง หลีกเลี่ยงการมองหน้ากันไม่ติดในภายภาคหน้า แต่เพื่อช่วยชุนต้าซันให้พ้นจากข้อกล่าวหาชุนถูหมีทำได้ทุกอย่าง นี่นางแค่ขอร้องให้พยานมาพูดความจริงตามที่ได้รู้ได้เห็น ไม่ได้ให้ทำอะไรที่ผิดต่อคุณธรรมในใจสักหน่อย

“คุณหนูชุน ท่านวางใจเถอะ” พี่เสี่ยวจิ่วรับคำแล้วก็วิ่งจากไปโดยเร็ว

ชุนถูหมีหลับตาลงก่อนจะลืมขึ้นมาช้า ๆ นางมองท้องฟ้าที่สดใสกลางฤดูใบไม้ร่วงแล้วตัดสินใจแน่วแน่

ไม่รู้ว่าเป็นชะตาฟ้าลิขิตหรือว่าเป็นสัมผัสที่หกของผู้หญิงที่ทำให้นางลุกขึ้นมาเขียนหนังสือคำร้องด้วยความรู้สึกที่กระวนกระวายใจบอกไม่ถูกตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้ตอนนี้โชคดี อย่างน้อยนายอำเภอก็ไม่มีข้ออ้างจับตัวนางโยนออกมาเนื่องจากไม่มีสำนวนคำร้อง ถ้าหากนางยังเป็นชุนถูหมีคนเดิม ก็คงไม่มีใครช่วยชุนต้าซันได้แล้ว

ในเมื่อพึ่งเขาเขาล้ม พึ่งน้ำน้ำแห้ง ถ้าอย่างนั้น นางขอพึ่งตัวเอง!

“ถึงตาพวกเจ้าแล้ว” หลังจากนั้นหนึ่งเค่อ เจ้าพนักงานของที่ว่าการก็เดินออกมาส่งข่าว

กั้วเอ๋อวิ่งกลับมาด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย เหงื่อไหลเต็มใบหน้าพอดี ชุนถูหมีคลี่กระดาษออกดู เห็นสำนวนคำร้องถูกเขียนอย่างชัดเจนสวยงาม แม้จะดูออกว่ารีบเขียนไปสักหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าตัวหนังสือที่นางเขียนเองเมื่อคืน อย่างน้อยก็คงไม่ทำให้นายอำเภอที่อ่านคำร้องนี้เกิดความไม่พอใจ

“เร็วหน่อยสิ หรือจะต้องให้ใต้เท้าของเรามารอชาวบ้านตัวเล็ก ๆ อย่างเจ้า” เจ้าพนักงานคนนั้นเร่งรัด

ชุนถูหมีสูดหายใจลึก ๆ ก้าวเท้าเข้าไปอย่างมั่นใจ นี่เป็นครั้งแรกที่นางเดินขึ้นศาลของราชวงศ์ถัง

พริบตานั้น ความรู้สึกรอบด้านเหมือนจะสับสนอลหม่าน มีชั่วขณะที่นางรู้สึกเหมือนตัวเองกลับมาเป็นทนายของโลกปัจจุบันและเดินขึ้นศาลในฐานะของทนายเป็นครั้งแรก

มีทั้งความตื่นเต้น คาดหวัง และกระตือรือร้นอยู่ในส่วนลึก

นี่เป็นเวทีของนาง

แม้เวทีนี้ไม่ต้องใช้พละกำลังหรืออาวุธมาห้ำหั่นให้ต้องบาดเจ็บล้มตาย เป็นแค่การใช้ฝีปากและสติปัญญามาต่อสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะ แต่ความดุเดือดและโหดร้ายของการต่อสู้ในศาลมิได้มีน้อยไปกว่าสนามรบจริง ๆ มันสามารถกำหนดทิศทางชีวิตให้กับคนคนหนึ่งได้เลย

ชุนถูหมีชอบเป็นทนาย แต่หลังจากได้เกิดใหม่นางคิดจะใช้ชีวิตเป็นคุณหนูในครอบครัวเล็ก ๆ อย่างสงบเสงี่ยมไปเรื่อย ๆ ไม่คิดจะทำให้ชื่อเสียงมัวหมอง อยากจะรักษาชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายอย่างนี้ต่อไปแล้วอนาคตภายหน้าก็แต่งงานมีครอบครัว ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบเพื่อท่านพ่อและท่านปู่ เพื่อความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวที่นางได้มีโอกาสมาพบเจออีกครั้ง

เรื่องที่ชุนต้าซันถูกคนใส่ร้ายจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล จริงๆ แล้วนางสามารถขึ้นศาลว่าความได้เอง แต่ก็ยังไปขอร้องให้คนอื่นช่วย

ทว่าโชคชะตากลับเป็นเหมือนฝ่ามืออันไร้รูปลักษณ์แต่มีพละกำลังมหาศาลจนไม่อาจต้านทาน มีเหตุการณ์ที่พอเหมาะพอเจาะหลายเรื่องบังคับให้นางไร้ทางออก ผลักนางให้ต้องเดินไปยังเส้นทางที่นางไม่คิดจะกลับไปเดินอีก

ชุนถูหมีมีลางสังหรณ์บางอย่าง ถึงแม้ครั้งนี้นางจะว่าความด้วยฐานะของลูกสาวที่ต้องการช่วยให้บิดาพ้นมลทิน ไม่ใช่ฐานะของหมอความที่ว่าความให้ลูกความ แต่ชีวิตต่อไปภายหน้าของนางอาจจะไม่สุขสงบอีกต่อไป

ทว่านางไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย กลับรู้สึกเหมือนคนที่ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ ห่วงเพียงว่าท่านพ่อและท่านปู่จะต้องเสียใจ

เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วนางไม่มีวิธีอื่น

ชุนถูหมีสูดหายใจลึกๆ ก้าวข้ามประตูใหญ่ของศาลเข้าไป มีตัวอักษรเขียนอยู่สองข้างประตูด้วยลายเส้นที่ทั้งหนักและหนา

ประโยคต้นก็คือ ‘เมตตา คุณธรรม พิธีการ ปัญญา ซื่อสัตย์’ ประโยคท้ายก็คือ ‘เคารพ ใจกว้าง เชื่อมั่น ขยัน มัธยัสถ์’ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองด้านบนมีแผ่นป้ายเขียนไว้ว่า ‘ซื่อสัตย์ยุติธรรม’ ตอนนี้ชุนถูหมีไม่มีความหวาดกลัว มีแต่ความฮึกเหิมที่กำลังเดือดพล่าน จนเหมือนกับทุกอณูในร่างกายกำลังร่ำร้องว่า “ได้เลย คิดจะงัดข้อกับข้ารึ อยากแพ้ก็เข้ามาเลย!”

ภายในศาล มือปราบยืนแยกกันเป็นสองแถวกลางโถงพิจารณาคดี ในนั้นยังมีคนยืนอยู่อีกสองในลักษณะซ้ายคนขวาคน ทางขวาคือจางอู่เหนียงที่ยืนด้วยสีหน้าท่าทางของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย มองประดุจดอกไม้สีขาวดอกเล็ก ๆ ที่บริสุทธิ์ ไร้มลทิน

ส่วนทางซ้ายมือคือชุนต้าซัน เขายืนตัวตรงอย่างงามสง่าเหมือนขุนเขาที่ตั้งตระหง่าน ราวกับจะบอกว่า ‘ไม่ว่าใครจะกล่าวหาอย่างไร ข้าก็ไม่ได้ทำ’

แต่เมื่อชุนต้าซันเห็นลูกสาวเดินเข้ามาในศาลเขาก็อ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึง ผู้มาชมการไต่สวนจะต้องรออยู่นอกศาล ไม่อาจก้าวล่วงธรณีประตูที่สูงกว่าหนึ่งไม้บรรทัดได้แม้ก้าวเดียว อีกประการหนึ่งถ้ามิใช่คดีใหญ่โตสะเทือนขวัญ ปกติจะไม่ค่อยมีใครมาชมการไต่สวน คนที่ยืนอออยู่หน้าประตู ถ้าไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องกับคดีที่เพิ่งไต่สวนเสร็จไปเมื่อครู่ ก็ควรจะเป็นคนที่รอจะขึ้นศาลเป็นรายต่อไป

ก็ลูกสาวบอกเขาว่านางเชิญหมอความมาแล้วนี่นา แล้วหมอความอยู่ไหน ทำไมกลายเป็นลูกสาวของเขาพากั้วเอ๋อเดินเข้ามาแทน

“ถูหมี นี่เจ้า ...” ยังไม่ทันพูดจบพลันมีเสียงกระแทกไม้พลองดังสามครั้งจากทางด้านหลัง

เมื่อเสียงกระแทกไม้พลองดังขึ้นแสดงให้รู้ว่านายอำเภอกำลังจะเริ่มการไต่สวน ผู้ที่เข้ารับการไต่สวนทุกคนจะต้องคุกเข่าลงกับพื้นยกเว้นผู้มีความชอบ หรือผู้ที่สอบติดตำแหน่งขุนนางประจำปี ในที่นี้ชุนต้าซันที่เป็นขุนนางขั้นเก้าชั้นโทระดับล่างก็จำเป็นต้องคุกเข่า

“ท่านพ่อ อย่าเพิ่งไต่ถามเรื่องราว ขอให้ท่านเชื่อลูก ปล่อยให้ลูกจัดการเองสักครั้ง” ชุนถูหมีก้าวขึ้นไปกดเสียงต่ำ ๆ เตือนชุนต้าซันอยู่ในที “ขอให้ท่านคิดด้วยเถอะ ถ้าหากท่านถูกตัดสินว่ามีมลทินแล้วถูกปล่อยตัวออกมา ถึงลูกจะทำตัวดีงามสักแค่ไหนก็คงไร้ประโยชน์ หากท่านพ่อไม่อยู่ ใครจะเลี้ยงดูท่านปู่ยามแก่เฒ่า เมื่อลูกถูกคนเหยียดหยามแล้วใครจะคุ้มครอง ดังนั้นไม่ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น สำคัญที่สุดคือความบริสุทธิ์ของท่านพ่อ โปรดจำไว้”

ชุนถูหมีเพิ่งพูดจบ มือปราบที่ประจำอยู่หน้าศาลก็ตีกลองดังสนั่น

มือปราบที่ยืนขนาบอยู่ทั้งสองข้างลากเสียงตะโกนยาว ๆ ขึ้นว่า “เปิด... ศาล...”

ภายใต้บรรยากาศอันน่าเกรงขามนี้ จางหงถู...นายอำเภอก็ก้าวอาด ๆ เข้ามานั่งบนบัลลังก์

ชุนถูหมีถอยร่นแล้วคุกเข่าลงอย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อย กั้วเอ๋อเห็นดังนั้นจึงคุกเข่าอยู่ข้างกายคคุณหนู ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรือหวาดกลัวร่างของกั้วเอ๋อสั่นเทิ้มไปหมด ชุนถูหมีแอบยื่นมือบีบให้กำลังใจกั้วเอ๋อเบา ๆ เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังเป็นเพียงเด็กหญิง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย jewlew2526
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 2 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Chem_sci40
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 4 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว