ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-35 เร่เข้ามา เร่เข้ามา

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

35 เร่เข้ามา เร่เข้ามา

ตามประวัติศาสตร์แผ่นดินต้าถัง

หญิงที่มีความอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือจึงจะถือว่าเป็นหญิงงาม แม้ในแผ่นดินต้าถังต่างมิตินี้จะไม่มีความนิยมดังกล่าว แต่หญิงสาวที่ผอมเกินไปก็ไม่น่าดูเช่นกัน หญิงสาวตรงหน้าแม้จะดูมีรูปร่างผอมบาง แต่กลับไม่ให้ความรู้สึกเหมือนคนผอมแห้ง ถึงหน้าอกของนางจะดูราบเรียบ แต่ก็ดูมีทรวดทรงองค์เอว

นางเป็นคนหน้าตาสวยแบบเรียบง่าย ตาโตจมูกโด่ง ริมฝีปากเต็มอิ่ม ผิวกายค่อนข้างคล้ำ มือสองข้างของนางไม่สวมเครื่องประดับใดๆ ไม่ว่าจะเป็นแหวนหรือกำไล เล็บมือตัดสะอาดเรียบร้อย ไม่ได้ทาเล็บ แค่ดูก็รู้ว่านางไม่ใช่คนที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างสุขสบาย

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่พอความไม่สมบูรณ์ทั้งหลายมาอยู่รวมกันในตัวหญิงคนนี้ บวกกับบุคลิกที่เปิดเผยกลับทำให้คนที่เห็นรู้สึกถึงความอ่อนหวานและมีเสน่ห์ อย่าว่าแต่ผู้ชาย แม้แต่ผู้หญิงที่พบเห็นก็ยังหลงเสน่ห์นางได้ง่ายๆ

นับเป็นหญิงสาวที่มีความสุขุมเยือกเย็นอย่างน่าชมเชย ชุนถูหมีแอบชมในใจ ด้วยบุคลิกลักษณะของหญิงสาวคนนี้ทำให้คนที่ไม่สวยกลายเป็นคนสวยได้อย่างน่าประหลาด แม้ชุนถูหมีจะเห็นหญิงผู้นี้เป็นครั้งแรก แต่ก็รู้ได้ทันทีว่านางคือเถ้าแก่เนี้ยฟาง

ชุนถูหมีเงยหน้ามองบิดารูปงาม ก็เห็นว่าดวงตาของเขาเปล่งประกายเจิดจ้าทันทีที่เห็นเถ้าแก่เนี้ยฟาง แม้จะไม่ใช่ความชื่นชอบอย่างชายมองหญิง แต่ก็เห็นได้ว่ามีความยินดีปรีดาอย่างชัดเจน ดูท่าแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคงจะลึกซึ้งกว่าสหายทั่วไป แต่ยังไปไม่ถึงขั้นชู้สาว

“เถ้าแก่เนี้ยฟางออกมาได้แล้วหรือ” คนที่โวยวายตอนนี้หน้าตาซีดขาวก็จริง แต่กลับมีรอยยิ้มชั่วร้ายให้เห็น ท่าทางของเขาเป็นเหมือนสุนัขที่ยอมให้ตัวเองโดนตี เพียงแต่ขอให้ได้กัดเนื้ออร่อยๆ กินสักคำก็พอ “ต้องการหลักฐานรึ? ข้ากินข้าวที่ร้านของเจ้าแล้วอ้วกออกมาอย่างนี้ใครๆ ก็เห็นกับตา เจ้าดูของที่อ้วกออกมาสิ ยังมีเนื้อปลาที่ไม่ได้ย่อย เจ้าจะไม่ยอมรับไม่ได้ และจะต้องรับผิดชอบด้วย”

“น้ำแกงปลาฟูหรงที่ร้านของข้าไม่ได้ขายมาแค่วันสองวัน เรียกได้ว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของร้าน ไม่เคยได้ยินว่ามีใครกินแล้วมีอาการไม่ดี” สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยฟางยังคงสงบนิ่ง “อีกอย่างวันนี้ไม่ใช่แค่ท่านคนเดียวที่สั่ง ลูกค้าที่มากินอาหารร้านเราต่างก็รู้ดีว่าน้ำแกงปลาฟูหรงของที่ร้านวันหนึ่งขายแค่สิบชามเท่านั้น แล้วก็ให้บังเอิญที่ท่านสั่งชามสุดท้ายพอดี”

คำพูดของนางพูดอย่างชัดเจน น้ำแกงปลาสิบชาม คนอื่นกินแล้วไม่เป็นอะไร แต่ทำไมคนผู้นี้จึงอาเจียนหมดไส้หมดพุง ในสายตาของชุนถูหมี ถ้าเกิดคนผู้นี้พะอืดพะอมจนอยากจะอาเจียนจริงๆ ทำไมจะต้องวิ่งอออกมาอาเจียนข้างนอก คนทั่วไปคงจะอาเจียนอยู่ที่โต๊ะ ใครจะกลั้นเอาไว้ได้

ทว่า ในขณะที่เหตุการณ์กำลังจะพลิกผัน ชาวบ้านที่มามุงดูกำลังชี้ไม้ชี้มือคล้อยตามไปกับคำพูดของเถ้าแก่เนี้ยฟาง จู่ๆ ก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นจากในร้านไม่ขาดสาย หนึ่งในนั้นมีเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

จากนั้นก็มีคนงานวิ่งหน้าตาตื่นออกมา พูดอย่างลนลานว่า “แย่แล้วๆ มีลูกค้าหลายคนบอกว่าปวดท้อง อาเจียนออกมาเต็มร้านเลยขอรับ”

สีหน้าที่สงบนิ่งของเถ้าแก่เนี้ยฟางแปรเปลี่ยนไป

“เหอะ เถ้าแก่เนี้ยฟาง ตอนนี้เจ้ายังมีอะไรแก้ตัวไหม” คนที่โวยวายหัวเราะเสียงแหลมทันที แม้จะดูอิดโรยจากการอาเจียนเมื่อครู่ ถึงขนาดสีหน้าดูซีดขาวอย่างผิดปกติ แต่เขากลับมีอารมณ์ตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด “ถ้าหากว่าข้าหาเรื่อง พูดโกหก แล้วทำไมถึงมีลูกค้าคนอื่นๆ อาเจียนออกมาด้วย เห็นชัดๆ ว่าอาหารร้านเจ้ามีพิษ”

คำพูดนี้สิถึงจะมีพิษของจริง

ยังไม่ทันสืบสาวราวเรื่องให้ชัดเจนก็โยนความผิดให้อีกฝ่ายเต็มๆ ถ้าเกิดพิสูจน์ได้ภายหลังว่าถูกใส่ร้าย แต่ชื่อเสียงก็ถูกทำลายไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนเปิดร้านอาหาร เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้ต้องการทำให้เป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายทีเดียว

ชุนถูหมีขมวดคิ้วนิดๆ เริ่มได้กลิ่นตุๆ นางมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีเอาเสียเลย

ถ้าหากเรื่องนี้เป็นคดีกรรโชกทรัพย์ ก็เป็นไปได้ว่าคนผู้นี้ยอมทำให้ตัวเองเจ็บตัว เพราะถ้าไม่เช่นนั้นจะกรรโชกทรัพย์เอาเงินจากอีกฝ่ายได้อย่างไร

แต่ถ้าทำให้ลูกค้าที่สั่งอาหารชนิดเดียวกันมีอาการเหมือนกัน แสดงว่าต้องมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี มีความเสี่ยงอันตรายค่อนข้างมาก แต่คนผู้นี้จะทำเพื่ออะไรกันแน่ หรือว่าจุดประสงค์ของอีกฝ่ายจะไม่ใช่เงิน เป็นไปได้ไหมว่าวัตถุดิบในการทำอาหารของร้านหลินสุ่ยมีปัญหาจนกลายเป็นโอกาสให้คนอื่นเอาเปรียบ ทว่าคนที่โวยวายตรงหน้ามีลักษณะเข้าข่ายเป็นคนร้ายกรรโชกทรัพย์อย่างชัดเจน

ถ้าเช่นนั้น เรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่

มีเสียงวิจารณ์ดังกระหึ่ม

“ไปร้านขายผ้าที่อยู่ตรงข้าม” ขณะที่ชุนถูหมีกำลังขบคิดปัญหา ชุนต้าซันกระซิบบอกนางเบาๆ แล้วผลักตัวนางกับกั้วเอ๋อออกจากฝูงชน ส่วนตัวเขาก็เบียดกลับเข้าไปอีกครั้ง

“ข้าขอพูดอะไรสักหน่อย” ชุนต้าซันตะโกนเสียงดัง เพราะเขาสวมเครื่องแบบทหารที่ไม่เป็นทางการ รูปร่างสูงสง่าหน้าตาดูเป็นคนมีคุณธรรม มองแล้วมีความน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเมื่อเขาเอ่ยปาก คนอื่นๆ จึงหยุดการกระซิบกระซาบต่อแล้วมองมาที่เขาเป็นตาเดียว “ร้านหลินสุ่ยเปิดร้านที่อำเภอของเราไม่ใช่แค่วันสองวัน เถ้าแก่เนี้ยฟางเป็นคนนิสัยอย่างไร อาหารในร้านเป็นอย่างไรคิดว่าคงไม่ต้องให้ข้าพูด ทุกคนย่อมรู้ๆกันอยู่”

ผู้คนพยักหน้ารับหงึกหงัก

“แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้จะแก้ตัวว่าอย่างไร” ชายผู้นั้นร้องขัดอย่างมีโทสะ “ทุกคนต่างก็เห็นกับตา จะมาหาว่าข้าใส่ร้ายป้ายสีหรือหาว่าข้าเล่นละครตบตาได้อย่างไร”

“ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบ” ชุนต้าซันโบกมือไปมา เขาไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับคนผู้นั้นแต่หันไปพูดกับเถ้าแก่เนี้ยฟาง “รีบให้คนงานพาลูกค้าที่มีอาการไปนั่งพักก่อนแล้วให้คนไปเชิญท่านหมอ”

เดิมทีเถ้าแก่เนี้ยฟางเกิดความตื่นตระหนก เพียงแต่สีหน้ายังคงฝืนทำเป็นสงบนิ่ง ทว่าตอนนี้นางเห็นชุนต้าซันปรากฏตัวพลันบังเกิดความอบอุ่นใจขึ้นมาจึงได้รีบออกคำสั่งกับผู้ดูแลร้านอีกคน จากนั้นก็หมุนตัวกลับเข้าร้าน

คนที่หาเรื่องคนนั้นไม่ยอม วิ่งมาเรียกนางเอาไว้ “ว่าอย่างไร คิดจะหนีหรือ ไม่ได้นะ” พูดแล้วก็คิดจะคว้าตัวเถ้าแก่เนี้ยฟางเอาไว้

ชุนต้าซันคว้ามือชายคนนั้นไว้ก่อน นิ่วหน้าอย่างไม่พอใจ “เจ้าจะทำอะไร”

“ข้าสิต้องถามว่าเจ้าจะทำอะไร หรือว่าเจ้ากับนางมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวถึงได้คอยปกป้องนาง” คนผู้นั้นตะโกนเสียงดัง

ชุนต้าซันพยายามระงับโทสะ ปล่อยมือคนผู้นั้นแล้วโต้กลับไปว่า “ปากเจ้านี่มันสกปรกโสมม รู้จักแต่พูดจาทำลายชื่อเสียงคนอื่น ในเมื่อเจ้าบอกว่ากินอาหารที่ร้านหลินสุ่ยแล้วไม่สบายก็ต้องให้ท่านหมอมาดูอาการก่อน ที่เจ้าไม่สบายเป็นเรื่องจริง แต่ร้านหลินสุ่ยทำการค้าอย่างสุจริตตรงไปตรงมาก็เป็นเรื่องจริง เวลามีปัญหาขึ้นมา พวกเราย่อมต้องพยายามหาทางแก้ไขร่วมกัน ทำไมจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตด้วย”

จริงด้วย... ชาวบ้านที่มามุงดูรอบด้านเริ่มเห็นด้วย ยังมีคนจำได้ว่าคนที่มาหาเรื่องคนนี้คือจ้าวเหล่าชีที่มีนิสัยร้ายกาจ เป็นคนน่ารังเกียจคนหนึ่ง เมื่อได้ยินเช่นนั้นความเห็นใจที่คนอื่นๆ มีให้ก็น้อยลงไปมาก

เฮ้อ เกิดมาหน้าตาดีก็ได้เปรียบอย่างนี้แหละท่านพ่อ... ชุนถูหมีคิด

นางถอยออกมายืนอยู่หน้าร้านขายผ้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตามที่ชุนต้าซันบอก แต่นางไม่ได้เข้าไปข้างใน หากแต่ยืนอยู่บนบันไดที่สูงขึ้นอีกสามขั้นมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แบบนี้จะทำให้นางมีทัศนวิสัยที่กว้างกว่าเดิม

นางเห็นบิดารูปงามพยายามควบคุมสถานการณ์อยู่กลางฝูงชน รูปร่างและท่าทางที่งามสง่าของเขายิ่งข่มให้จ้าวเหล่าชีดูเป็นชายอัปลักษณ์น่ากลัว ชุนถูหมีรู้สึกภูมิใจในตัวบิดา เขาหน้าตาดีมีความงามสง่าสมชายชาตรี ไม่แปลกที่จะมีผู้หญิงหลงใหล รวมทั้งเถ้าแก่เนี้ยฟางคนนี้

ทว่านางไม่ได้สังเกตว่าเวลานี้หน้าต่างห้องเดี่ยวชั้นสองของร้านหลินสุ่ยถูกผลักออก แล้วก็มีสายตาสองคู่มองมาที่นาง

“ไม่ได้ ข้าไม่ตกหลุมพรางพวกเจ้าหรอก” จ้าวเหล่าชีหอบหายใจแรงตะโกนร้องว่า “มีเรื่องอะไรก็ต้องพูดต่อหน้าผู้คน พวกเจ้าหลอกข้าเข้าไปในร้านแล้วก็ไม่รู้ว่าจะหาวิธีอะไรมาจัดการข้า ฮึ่ม ข้าต้องการจัดการเรื่องนี้ต่อหน้าพี่น้องทั้งหลายที่ดูอยู่ตรงนี้” พูดแล้วก็ยกมือกดหน้าอก หายใจกระชั้นขึ้นเรื่อยๆ

ผู้คนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ทั้งหลายมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น จึงไม่มีใครสนใจกับอาการที่ดูผิดแปลกไปของจ้าวเหล่าชี มีแต่ชุนต้าซัน เถ้าแก่เนี้ยฟางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ และชุนถูหมีที่อยู่ห่างออกไปเท่านั้นที่สังเกตเห็น

ไม่รู้ว่าเพราะจ้าวเหล่าชีออกอาการไปก่อนหน้านี้อย่างเต็มที่หรืออย่างไร จึงทำให้เขาดูเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก ท่ามกลางอากาศต้นฤดูหนาวในเมืองทางเหนือ เขากลับมีเหงื่อออกเต็มตัว ลมหายใจสั้นกระชั้นดูเหมือนทรมานอย่างยิ่ง อาจเป็นเพราะผลประโยชน์ก้อนใหญ่ที่กำลังจะได้มาจึงทำให้เขาฝืนตัวเองออกมาโวยวายอยู่หน้าถนนได้เป็นนานสองนาน

“ดูท่าจะไม่ดีแล้ว” ชุนถูหมีร้องด้วยความตกใจ เพราะตอนนี้นางเห็นว่าหน้าตาของจ้าวเหล่าชีเริ่มเป็นสีขาวเทาราวกับคนใกล้ตาย

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee-chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว