ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-24 ใช้ไม้อ่อน

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

24 ใช้ไม้อ่อน

แต่น่าเสียดาย ป้าหวังคนนี้รูปร่างสูงใหญ่ คะเนจากสายตาคงจะสูงกว่าหนึ่งเมตรแปดสิบเซ็นต์ สูงกว่าบิดาของนางเกือบหนึ่งนิ้ว ดังนั้น ชุนถูหมีจึงตบถึงแค่คางของอีกฝ่าย อีกอย่างการตบยังต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่ ยังดีที่ไม่ได้ไว้เล็บยาว ไม่อย่างนั้นเล็บคงฉีกแน่

ป้าหวังร้องด้วยความเจ็บปวด ถอยหลังไปหลายก้าวแล้วปล่อยตัวกั้วเอ๋อ

“เจ้ามันเป็นตัวอะไร กล้ามาตีคนของข้า” ชุนถูหมีตวาดเสียงดัง ชี้หน้าป้าหวังอย่างดุร้าย ทั้ง ๆ ที่นางเป็นคนรูปร่างเล็กบาง แต่ความดุดันของนางทำให้ป้าหวังได้แต่ก้มหน้า ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง “ไม่เบิกตาดูเสียบ้างว่าที่นี่ที่ไหน ที่นี่เป็นสกุลชุนของข้า บิดาข้าเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ที่ทำงานให้เหล่าทัพ ท่านปู่ข้าเป็นข้าราชการของที่ว่าการอำเภอ ถึงจะเป็นทหารยศต่ำแต่ก็ไม่ใช่ว่าใครจะมาวางโตทำโอหังที่บ้านของเขาได้ ข้าจะบอกให้นะ ถ้ายังกล้าแตะต้องกั้วเอ๋ออีก มือไหนที่เจ้าแตะโดนข้าจะตัดมือนั้นทิ้ง อย่าคิดว่ากลับไปสกุลสวีแล้วจะหมดเรื่อง ข้าชุนถูหมีสาบานไว้ตรงนี้เลย ถ้าเจ้ากล้าทำ ขอแค่ข้าไม่ตาย มือของเจ้าจะต้องถูกข้าตัดทิ้งเข้าสักวัน”

ให้ตีวัวกระทบคราดใครบ้างทำไม่เป็น เพียงแต่นางไม่อยากใช้วิธีต่ำช้าอย่างนี้ ตอนนี้นางกำลังบอกสวีเหล่าไท่ไท่ว่าอย่าได้คิดเหิมเกริม นี่เป็นบ้านของนาง เป็นพื้นที่ของนางที่ไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะมารังแกได้

จะแข่งความโหด แข่งความเหี้ยม คนอย่างชุนถูหมีไม่แพ้อยู่แล้ว

นางเฒ่าสวีโมโหจนใบหน้าซีดขาว ร่างกายสั่นเทิ้ม เหมือนคนโรคหัวใจกำลังกำเริบ แต่นางเป็นคนสุขภาพแข็งแรงจึงยังยืนตัวตัวตรงอยู่ได้ นางตะโกนขึ้นอีกว่า “ป้าหวัง ข้าจะรับผิดชอบเอง ดูสิใครกล้าตัดมือของเจ้า”

แต่ป้าหวังไม่กล้าขยับตัว สายตาของคุณหนูใหญ่คนนี้เปล่งประกายอย่างกระด้างเยือกเย็น น่ากลัวมากกว่าหมาป่าที่เคยเจอในป่าครั้งก่อนเสียอีก

สวีเหล่าไท่ไท่เห็นป้าหวังไม่ขยับตัว ก็โมโหจนตาแดงก่ำ หมดความรู้ผิดชอบชั่วดี

นางฝืนรักษากริยาท่าทางจอมปลอมต่อไปไม่ไหว หันไปมองซ้ายมองขวา เห็นไม้กวาดที่วางอยู่ใต้หน้าต่างของห้องตะวันออก จึงถลันไปหยิบมา “บ่าวรับใช้ข้าตีคนของเจ้าไม่ได้ งั้นข้าจะช่วยเจ้าอบรมนางเอง ถ้าเก่งจริงก็ตัดมือข้าไปด้วย” นางพูดแล้วก็วิ่งเข้ามาหากั้วเอ๋อ

ถือว่าครั้งนี้ชุนถูหมีได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริง ๆ

สวีเหล่าไท่ไท่เป็นคนหยาบช้าป่าเถื่อนได้ถึงขั้นนี้ไปได้ นี่เป็นเรื่องที่นางไม่อาจเทียบ กำลังของนางสามารถปกป้องตัวเองและคนที่รักได้ แต่จะให้ทำกิริยาหยาบช้าอย่างนี้นางทำไม่ไหว นางประเมินความอยากเอาชนะของสวีเหล่าไท่ไท่น้อยไป คิดว่าอีกฝ่ายคงจะมีความสำนึกละอายใจอยู่บ้าง แต่นางคิดผิด อีกทั้งในสมัยนี้ คำว่ากตัญญูต้องมาเป็นอันดับแรก ถึงแม้สวีเหล่าไท่ไท่จะเป็นท่านยายบุญธรรมที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนางทางสายเลือด แต่ก็ยังถือว่าเป็นผู้อาวุโสกว่า ทำให้นางไม่อาจลงมือโต้ตอบ

แต่นางจะถอยไม่ได้ ถอยไม่ได้เด็ดขาด

ชุนถูกหมีถลันมากอดกั้วเอ๋อเอาไว้แล้วหมุนตัวไปอีกทาง ตัวเองเลยถูกหวดเข้าเต็มหลัง ความเจ็บปวดเริ่มจากศีรษะพุ่งไปถึงปลายเท้าก่อนจะแผ่กระจายไปทั่วร่าง เห็นได้ชัดว่าสวีเหล่าไท่ไท่ฟาดลงมาเต็มแรง

ตั้งแต่นางสวีซื่อเห็นเหตุการณ์ไปจนถึงขั้นที่มารดาสูญเสียการควบคุม นางก็ได้แต่มองปากสั่นพูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นมารดาตีชุนถูหมี ก็นั่งแปะลงบนพื้นอย่างหมดแรง นางรู้ดีกว่าสามีรักใคร่ลูกสาวคนนี้มากแค่ไหน ถ้าเกิดเขารู้เรื่องนี้แล้วมีทิฐิขึ้นมา ต่อให้ใช้ม้าแปดตัวมาฉุด ก็คงฉุดไม่อยู่

“ฮูหยิน ฮูหยิน” เดิมทีเสี่ยวฉินยังมีแก่ใจจะดูเรื่องสนุก แต่เมื่อเห็นนางสวีซื่อเข่าอ่อน ฟุบลงกับพื้นก็ตื่นตระหนก โถมตัวเข้าไปลูบหน้าอก กดจุดใต้จมูกอย่างโกลาหลวุ่นวาย

สวีเหล่าไท่ไท่เห็นแล้วก็ไม่ไล่ตีกั้วเอ๋อ ได้แต่เรียกลูกสาวอย่างตกใจ สายตาที่มองชุนถูหมีนั้นมีแต่ความเกลียดชัง

ชุนถูหมีไม่สนใจ ตบหน้าของกั้วเอ๋อที่ซีดขาวเบา ๆ “รีบไป ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันการ”

“คุณหนู ท่าน” กั้วเอ๋อรู้ว่าคุณหนูถูกตีแทนตัวเองก็สงสารจนน้ำตาไหลพราก นางซาบซึ้งใจอีกทั้งยังโทษว่าเป็นความผิดตัวนางเอง

“ร่ำไรอยู่ได้ มีเรื่องสำคัญต้องทำก็รีบไปทำ” ชุนถูหมีนิ่วหน้า แววตาของนางเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมให้กั้วเอ๋อได้โต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น

แต่กั้วเอ๋อเพิ่งวิ่งไปถึงประตูเรือนชั้นใน สวีเหล่าไท่ไท่ก็ตั้งสติได้ ตะโกนร้องว่า “รีบบังประตูไว้ ป้าหวัง เจ้าไม่กล้าลงมือแล้วยังไม่กล้าบังประตูหรือไง ถ้าเรื่องแค่นี้เจ้ายังทำไม่ได้ กลับไปข้าจะขายเจ้าทิ้งเสีย”

ป้าหวังได้ยินแล้วตกใจอย่างยิ่ง ขยับตัวที่หนาหนักราวกับหมูตัวใหญ่ไปบังอยู่หน้าประตูตามสัญชาตญาณ นางไม่กล้าลงมือโต้ตอบ ปล่อยให้กั้วเอ๋อเตะไปกัดไป แต่ก็ไม่อาจทำอะไรนางได้

ตอนนี้เอง ลุงโจวได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากเรือนด้านใน เพราะมีชายที่ไม่ใช่คนในบ้านเดินทางมาด้วย ประตูด้านในจึงใส่ดานเอาไว้ ทำให้ลุงโจวไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แต่เคาะประตูตะโกนถามอย่างร้อนใจ “เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น คุณหนู มีเรื่องอะไรหรือขอรับ”

ชุนถูหมียังไม่ทันพูดอะไร สวีเหล่าไท่ไท่ก็ชิงพูดอย่างไม่พอใจเสียก่อน “ถ้าเก่งจริงก็เรียกคนเข้ามา ข้างนอกข้ายังมีบ่าวรับใช้ชายอีกสองคน เรียกให้เข้ามากันให้หมดก็ดี ถึงตอนที่ต้องฉุดกระชากลากถูกัน ข้าเองก็อยากรู้ว่าลุงโจวที่อายุไม่น้อยคนนั้นจะทนไหวหรือไม่” นางพูดไปเดินไปจนมาขวางอยู่ตรงหน้าชุนถูหมี

ความหมายของนางชัดเจน ป้าหวังกลัวคุณหนูใหญ่สกุลชุน แต่ไม่ใช่สาวใช้ ขอแค่นางขวางชุนถูหมีเอาไว้ได้ กั้วเอ๋อก็ข้ามป้าหวังออกไปไม่ได้

ส่วนชุนถูหมี เฮอะ... นังเด็กนี่ไม่กล้าลงมือกับนางอยู่แล้ว ขอเพียงยืนประจัญหน้าอย่างนี้ ชุนถูหมีจะไปขวางคนของนางได้หรือ อีกอย่าง แม้วัฒนธรรมของต้าถังจะไม่เห็นเป็นเรื่องน่าตำหนิถ้าเกิดหญิงสาวจะยืนคุยกับผู้ชายกลางถนน แต่ถ้ามีผู้ชายที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเข้ามาเรือนชั้นในก็จะเป็นอีกเรื่อง โดยเฉพาะหญิงสาวที่ถูกเลี้ยงดูอยู่แต่ในบ้านอย่างชุนถูหมี ถ้าเกิดมีใครพูดเรื่องนี้ไป ดูสิว่านังหนูนี่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

นางไม่คิดเลยว่าทำไมชุนถูหมีจะต้องให้คนไปขวาง ‘คนที่สกุลสวีเชิญมา’ ไม่ให้พบกับเจ้าพนักงานที่ว่าการอำเภอ นางไม่คิดถึงคดีของลูกเขย และแม้แต่อนาคตของลูกสาวตัวเองนางก็ไม่สนใจ ตอนนี้ นางคิดเพียงว่าตนไม่ต้องการพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวที่อายุแค่สิบสี่ปี

ชุนถูหมีสูดหายใจลึก ๆ

นางตั้งใจจะใช้ไม้อ่อนจัดการอย่างละมุนละม่อม แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไร้เหตุผลก็คงต้องว่ากันไปตามน้ำ ตอนนี้ตกอยู่ภาวะคับขันแล้วจะให้นางพูดถึงเหตุต้นผลกรรมอะไรกันอีก นางไม่โง่ขนาดนั้น ดังนั้นตอนนี้คงต้องใช้วิธี ‘นกประเภทไหนก็ป้อนอาหารประเภทนั้น’ แทน

นางขยับตัวไปที่ห้องครัวสองก้าว แต่สวีเหล่าไท่ไท่มีปฏิกิริยาเร็วกว่า ก้าวมาขวางหน้าไว้พร้อมกับหัวเราะเยาะ “คิดจะใช้ความตายมาขู่บังคับข้าหรือ สกุลสวีของข้าไม่มีทางให้คนอื่นมาข่มขู่อย่างนี้ เลิกคิดไปเลย”

ชุนถูหมีใช้สายตาดูแคลนมองสวีเหล่าไท่ไท่อย่างไม่ปิดบัง

ใช้ความตายมาบังคับ?

นังแก่นี่คิดว่านางจะใช้มีดทำครัวมามาปาดคอตัวเองงั้นหรือ สวีเหล่าไท่ไท่ไม่คู่ควรให้นางใช้วิธีการรุนแรงเช่นนี้สักหน่อย ชีวิตน้อย ๆ ของนางมีคุณค่ามาก เป็นโอกาสที่สองที่สวรรค์มอบให้ นางจะต้องใช้โอกาสนี้ให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย นางแค่อยากจะดื่มน้ำเท่านั้น เมื่อครู่ตะโกนออกไปเพียงไม่กี่ประโยค แต่ตอนนี้คอนางแห้งผากราวกับมีไฟเผา รู้สึกระคายคอราวกับกำลังจะปริแตก ดูท่าแล้วปอดของนางยังสู้สวีเหล่าไท่ไท่ไม่ได้เลย

“ลุงโจว ไม่เป็นไร ลุงพักผ่อนอยู่ข้างนอกก่อน” ชุนถูหมีสูดหายใจลึก ๆ ตะโกนสั่งไปเรือนชั้นนอก จากนั้นก็สะกดไฟโทสะที่มี กวักมือเรียกกั้วเอ๋อที่พยายามผลักตัวป้าหวังออกไปให้พ้นทาง ให้เดินกลับมาหา “กั้วเอ๋อ กลับไปยกเก้าอี้มาให้ข้านั่งหน่อยสิ”

“หา” กั้วเอ๋อร้องอย่างแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ คุณหนูถึงได้เปลี่ยนแผน แต่นางเคยชินกับการทำตามคำสั่งของชุนถูหมี จึงได้ส่งเสียงอ้อคำหนึ่งแล้ววิ่งเข้าห้องไปยกเก้าอี้พลางยืนปาดเหงื่อที่หน้าผาก

ผลักป้าหวังไปไม่กี่ทีเหมือนกับผลักภูเขาลูกใหญ่ เหนื่อยกว่างานที่นางต้องทำตลอดทั้งวันเสียอีก ตอนนี้มือเท้าของนางไร้เรี่ยวแรงไปหมด ไม่รู้ว่าคุณหนูคิดจะทำอะไรต่อ

ชุนถูหมีเดินมานั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่รีบร้อน สีหน้าเรียบเฉย เหมือนกับการทะเลาะเบาะแว้งที่ดุเดือดเมื่อครู่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อย

ส่วนสวีเหล่าไท่ไท่ที่อยู่อีกด้านก็ได้แต่มองอย่างตะลึง เริ่มเกิดความไม่มั่นใจ ดูท่านังหนูนี่คงจะเลิกล้มความพยายามแล้วกระมัง แต่ทำไมแววตาของฝ่ายนั้นดูเหมือนจะมีความมั่นใจมากเสียเหลือเกิน อีกทั้งยังมีความดูแคลนแฝงอยู่กลาย ๆ

ขณะที่สวีเหล่าไท่ไท่กำลังคิด ชุนถูหมีเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน “ในเมื่อสวีเหล่าไท่ไท่จะเป็นจะตายก็จะขวางไม่ให้ข้าทำเรื่องที่สมควรทำให้ได้ ข้าเองก็จนปัญญา ใครใช้ให้ข้าอายุยังน้อยแล้วก็ยังอ่อนแอเล่า ข้าเด็กกว่าท่าน ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามหลักคุณธรรมก็ไม่ได้ ไม่งั้นอาจถูกจับตัวส่งทางการอีกต่างหาก”

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Malee Saelee Chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว