ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-7. ติดสินบน

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

7. ติดสินบน

ที่แห่งนี้ คนที่ไม่มีเรื่องห้ามเข้าไปโดยพละการ

ยังดีที่พี่เสี่ยวจิ่วเป็นคนคล่องแคล่ว อ้างว่าเป็นญาติของจู๋เตี่ยนหรือเจ้าพนักงานที่ดูแลเอกสาร พูดยกยอปอปั้นกันไปแล้วก็ยังยัดเงินให้อีกเล็กน้อย ทั้งสามจึงเข้าไปข้างในได้

ผู้ทำหน้าที่จู๋เตี่ยนไม่ใช่ขุนนางแต่เป็นข้าราชการ เป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลเอกสารทางคดีความทั้งหลายในคดีนี้โดยตรง

ต่อให้คนเป็นขุนนางมาเองไหนเลยจะสู้คนดูแลได้?

สำหรับข้าราชการที่มีเงินเดือนไม่มาก ได้รับเงินสองตำลึงที่มากกว่าเงินเบี้ยหวัดประจำเดือนแล้วคงจะอำนวยความสะดวกให้กับพวกนางเป็นแน่

ในชาติที่แล้ว ชุนถูหมีรับว่าคดีอาญา เข้าออกเรือนจำอยู่เป็นประจำ คนร้ายที่โหดเหี้ยมดุร้ายขนาดไหนก็เคยพบเจอมาแล้วทั้งนั้น แต่ในสมัยโบราณไม่เหมือนยุคปัจจุบัน ไม่มีคำว่าสิทธิมนุษยชน ที่ว่าการอำเภอย่อมให้ความรู้สึกที่สูงส่งและกดดันกับชาวบ้านทั่วไป

ชุนถูหมียังคงเดินเข้ามาด้านในด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น

แต่ไม่ใช่สำหรับกั้วเอ๋อ เด็กสาวที่ปากร้ายไม่กลัวใครอย่างนางถึงกับแข้งขาอ่อนแรง เมื่อเห็นท่าทางของคุณหนูดูสงบนิ่ง ไร้ความรู้สึกหวาดกลัวในสีหน้า กั้วเอ๋อถึงกับเลื่อมใสอย่างหมดหัวใจ

พวกนางเดินมาถึงห้องทำงานของเจ้าพนักงานฝ่ายกฎหมายของที่ว่าการอำเภอ พอดีมีจู๋เตี่ยนนั่งอยู่คนเดียวจึงรีบบอกถึงความประสงค์ที่มา

โอวหยางจู๋เตี่ยน[1]ดูเป็นคนมีอัธยาศัยดี อีกทั้งรู้จักกับชุนชิงหยาง ทว่าคนผู้นี้เป็นข้าราชการฝ่ายบุ๋นย่อมมีความดูแคลนเจ้าพนักงานฝ่ายควบคุมนักโทษไม่น้อย ปกติจึงไม่ได้คบหาสมาคมกันเท่าไร อีกประการหนึ่ง เรื่องจะให้คนอื่นมาอ่านบันทึกการไต่สวนย่อมเป็นเรื่องที่กระทำไม่ได้ จึงเอ่ยอย่างลังเลว่า

“เมืองมีกฎเมือง บ้านมีกฎบ้าน เจ้าต้องไว้ใจว่าท่านนายอำเภอจะให้ความเป็นธรรมสิ เจ้าควรมอบภาระให้นายอำเภอเป็นคนนำสืบคดีตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้กับพ่อของเจ้า ส่วนเอกสารเกี่ยวกับเรื่องภายในนี้ ไม่อาจอนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องดูได้”

“ไม่ใช่ว่าข้าน้อยจะไม่เชื่อใจในตัวใต้เท้านายอำเภอ แต่ว่าท่านปู่ไม่อยู่ ท่านพ่อก็ถูกใส่ร้าย ข้าน้อยเองก็ร้อนใจ กระวนกระวายยิ่งนัก แค่อยากจะทำความเข้าใจกับเรื่องนี้เพื่อจะเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้บ้าง ขอใต้เท้าได้โปรดเมตตา” ชุนถูหมีพูดแล้วก็คุกเข่าลง

อยากเห็นนางทำตัวน่าสงสาร น่าเห็นใจรึ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา!

ก็นางเป็นคนหน้าด้านใจดำมาแต่ไหนแต่ไร หัวเข่าหรือก็ไม่มีราคาค่างวด ขอแค่ทุกเรื่องสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ จะให้นางแสดงละครอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น

ระหว่างที่พูด ชุนถูหมีก็คลานเข่าไปข้างหน้าสองครั้งพร้อมกับรีบยัดเงินที่นำติดตัวมาใส่แขนเสื้อของโอวหยางจู๋เตี่ยน

โอวหยางจู๋เตี่ยนนั่งอยู่บนเก้าอี้ จากมุมที่เขามองลงมาจะเห็นหน้าผากขาวนวลที่อยู่ใต้หมวกผ้าสีดำอีกทั้งเงาขนตาที่ยาวเป็นแพ ทาบอยู่บนใบหน้า ริมฝีปากแดงเรื่อที่สั่นระริกน้อย ๆ เหมือนคนที่ใกล้จะร้องไห้เต็มที ดูแล้วน่าเวทนายิ่งนัก

เมื่อคิดว่านางเป็นเด็กสาวอายุยังน้อย แต่กลับต้องดำเนินการในเรื่องนี้ด้วยตัวเองนับว่าเป็นเรื่องที่ลำบากใจมากพอแล้ว โอวหยางจู๋เตี่ยนเกิดความรู้สึกว่าเงินที่อยู่ในมือร้อนวูบ ๆ พลันรู้สึกใจอ่อนขึ้นมา

เขาหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนหยิบเอกสารจากชั้นวางหนังสือมาโยนลงบนโต๊ะ พูดด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งเครียดว่า “ไม่ว่าอย่างไร เรื่องที่มีข้อห้ามทางกฎหมาย ข้าก็ย่อมทำไม่ได้” จากนั้นใช้มือตีลงบนเอกสารแผ่นนั้นเบา ๆ ถอนหายใจก่อนเอ่ยว่า “แต่เจ้าเป็นหลานสาวของเพื่อนร่วมงาน ก็เท่ากับเป็นหลานของข้าเหมือนกัน ในเมื่อเจ้าดั้นด้นมาถึงที่นี่ ก็ดื่มน้ำชาสักคำก่อนแล้วค่อยกลับ ข้าจะไปต้มน้ำชา อีกหนึ่งก้านธูปจะกลับมา”

นั่นแน่ะ!

นี่เป็นการบอกใบ้ให้อย่างโจ่งแจ้ง

ชุนถูหมีเข้าใจได้ทันที ดังนั้นเมื่อโอวหยางจู๋เตี่ยนออกจากห้องไป นางจึงลุกพรวดขึ้นมาเปิดเอกสารดู น้ำตาที่ถูกบีบออกมาก่อนหน้านี้ทำให้การมองเห็นพร่าเลือนไปบ้างแต่ก็มิได้เป็นอุปสรรค นางไม่ใช้แม้แต่ผ้าเช็ดหน้า เพียงยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดแรง ๆ จนกั้วเอ๋อและพี่เสี่ยวจิ่วมองตาค้างอย่างคาดไม่ถึง

“อย่าอยู่เฉยสิ ช่วยข้าจดคำสำคัญเอาไว้หน่อย” ชุนถูหมีชี้ไปยังพู่กันและกระดาษบนโต๊ะ “พี่เสี่ยวจิ่วเขียนหนังสือเป็นหรือไม่”

พี่เสี่ยวจิ่วพยักหน้า ส่วนกั้วเอ๋อไม่ต้องรอให้ใครสั่งรีบปูกระดาษบนโต๊ะแล้วฝนหมึกทันที

เวลามีน้อย แต่ภารกิจนั้นสำคัญยิ่ง

ชุนถูหมีรู้ว่าโอวหยางจู่เตี่ยนให้ความช่วยเหลือพวกนางอย่างเต็มความสามารถแล้ว

ในกรณีของบิดานาง ญาติของผู้ต้องสงสัยหรือชาวบ้านทั่วไปสามารถเข้ามาดูการไต่สวนได้ เพราะหากไม่ใช่คดีใหญ่โตหรือร้ายแรงจะไม่มีการไต่สวนเป็นการภายใน แต่เมื่อใดที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มียศตำแหน่งหรือไม่ใช่หมอความจะขอดูเอกสารไม่ได้ทั้งนั้น

กฎหมายต้าถังไม่มีขั้นตอนที่ลงรายละเอียดชัดเจนเหมือนกฎหมายปัจจุบันก็จริง แต่ก็มีการกำหนดขั้นตอนการฟ้องร้องเอาไว้บ้าง เช่นการแจ้งความร้องทุกข์ การประทับรับฟ้อง จับตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี และการไต่สวนคดีความ

เพราะรู้ว่ามีขั้นตอนเหล่านี้ทำให้นางมิได้รีบร้อนมาที่ว่าการอำเภอตั้งแต่แรก ทว่าจางหงถูกลับไม่ทำตามขั้นตอน ไม่ยอมส่งหมายจับไปที่บ้าน เรื่องชุนต้าซันถูกจับตัวเข้าคุกยังต้องให้เพื่อนบ้านนำความมาบอก เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นนายอำเภอที่ละเลยต่อหน้าที่

ทว่ากฎหมายก็ยังคงเป็นกฎหมาย คนที่อยู่ใต้กฎหมายนั้นจะรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัดหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล จางหงถูทำผิดระเบียบขั้นตอนของการไต่สวนผู้ต้องหาก็จริง แต่นางจะกล้านำเรื่องของเขาไปร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจสูงกว่าหรือ

ขุนนางย่อมให้การปกป้องขุนนางด้วยกัน คนที่มีชาติกำเนิดทหารไม่อาจโยกย้ายที่พำนักได้ตามอำเภอใจ ถ้านางฟ้องจางหงถูแล้วสกุลชุนจะอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไปได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตถึงขั้นเป็นอันตรายกับชีวิต นางไม่มีทางหาเรื่องแหย่รังแตนให้วุ่นวายแน่

การเป็นทนายหรือหมอความในสมัยโบราณยากกว่าสมัยปัจจุบัน ไม่มีฐานะ ไม่มีตำแหน่ง ถูกคนเข้าใจผิด มีอุปสรรคมากมาย กฎหมายอยู่ใต้กฎหมู่ บางทีหมอความก็ถูกตั้งข้อหาเสียเฉย ๆ นับว่าเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง

การทำงานร่วมกันครั้งแรกของทั้งสามเรียกได้ว่าเข้าขากันเป็นอย่างดี เมื่อโอวหยางจู๋เตี่ยนเดินอาด ๆ กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ชุนถูหมีก็วางเอกสารไว้บนโต๊ะ แทบไม่เห็นร่อยรอยการขยับเขยื้อนให้เห็น

นางไม่ใช่คนงามชวนตะลึงอย่างชุนต้าซันผู้เป็นบิดา แม้จะยังไม่เติบโตเป็นสาว แต่ก็ได้ผิวกายขาวละเอียดจากมารดา เรียวคิ้วและดวงตาก็ตีวงเป็นเส้นโค้งที่ไม่ว่าใครเห็นพลันเกิดความเอ็นดู พอทั้งหมดนั่นมารวมเข้ากับรูปร่างสะโอดสะอง หน้าตากระจุ๋มกระจิ๋ม แม้จะยังเป็นเด็กสาวที่ไม่โตเต็มวัย แต่ก็ดูมีความน่ารักน่าถนอมในระดับหนึ่ง ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกได้ว่าเป็นคนที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร

ดังนั้นเมื่อนางหยิกตัวเองแรง ๆ แล้วใช้ดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำแวววาวถามโอวหยางจู๋เตี่ยนถึงเรื่องของหมอความ เขาก็บอกนางอย่างไม่ปิดบัง “ข้าทำงานอยู่ที่ว่าการอำเภอมาสิบปี ส่วนใหญ่แล้วผู้ร้องทุกข์กับผู้ถูกร้องทุกข์จะแก้ต่างกันเอง นอกจากจะเป็นคดีของตระกูลใหญ่มีเงินมีทอง ไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาลเองเพราะกลัวขายหน้า จึงจะมีหมอความมาช่วยว่าความให้”

“ไม่ทราบว่าใต้เท้าพอจะรู้จักหมอความเก่งๆ บ้างหรือไม่เจ้าคะ” ชุนถูหมีถามขึ้นทันที

“ข้าพอรู้จักอยู่คนหนึ่ง คนผู้นี้ชื่อว่าซุนซิ่วไฉ[2] อาศัยอยู่ทางตะวันออกของอำเภอ เจ้าไปถามคนแถวนั้นใคร ๆ ก็รู้จัก ปกติแล้วเขาจะช่วยคนเขียนคำร้องทุกข์ การเขียนของเขาเรียกได้ว่าเฉียบขาดคมคาย แต่ว่าราคาของเขาก็ไม่น้อยเช่นกัน”

ฟังแล้วเหมือนทนายใจดำที่เอาแต่ว่าควานหาผลประโยชน์ให้กับคนมีเงิน ชุนถูหมีคิดในใจ แต่นางจะสนทำไม ขอเพียงเขาเก่งกาจในเรื่องว่าความ ช่วยล้างมลทินให้ชุนต้าซันได้ นางไม่สนหรอกว่าหมอความคนนี้จะเป็นพวกหน้าด้านไร้ยางอาย หรือเป็นคนต่ำช้า!

หลังจากแสดงความขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจกับโอวหยางจู๋เตี่ยนแล้ว ชุนถูหมีไม่ได้ออกไปหาซุนซิ่วไฉทันที แต่ไปที่คุกประจำอำเภอก่อน

เจ้าพนักงานเรือนจำได้เงินเบี้ยหวัดน้อยอีกทั้งยังทำงานอยู่ในสถานที่มีบรรยากาศอึมครึม มืดสลัว ถ้าไม่มีเงินพิเศษทางอื่น ไม่มีทางเลี้ยงดูคนในครอบครัวที่มีทั้งเด็กเล็กทั้งคนชราได้แน่ ๆ แม้แต่เบี้ยหวัดประจำเดือนของท่านปู่หนึ่งตำลึง ก็ยังรวมรายรับที่ไม่ใช่ ‘รายรับ’ปกติอยู่ในนั้นแล้ว

ที่ท่านต้องลำบากลำบนคุมตัวนักโทษไปส่งถึงชายแดนก็เพราะคนอื่นๆ กลัวลำบากจึงได้ไหว้วานให้ไป อีกประการหนึ่งก็คือเพื่อได้เงินค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางเพิ่มขึ้น

ดังนั้นคนทั่วไปจึงรู้สึกว่าผู้คุมเป็นคนใจร้ายใจดำ แท้จริงแล้วเป็นผลพวงจากสภาพแวดล้อมและสภาพของเนื้องานที่พวกเขาต้องปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ คนที่จะจิตใจดีมีเมตตาอย่างซงกงเต้าอำเภอหงต้ง[3] หรือชุนชิงหยางแห่งอำเภอฝ่านหยาง ถือว่ามีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย พวกเขาเป็นเหมือนดอกบัวขาวสะอาดที่ผุดขึ้นจากโคลนตมอันสกปรกโสมม

-----------------------

[1] จู๋เตี๋ยน คนนี้แซ่ โอวหยาง เลยเรียกว่าโอวหยางจู๋เตี่ยน

[2] ซิ่วไฉ เป็นตำแหน่งของบัณฑิตที่สอบได้ประจำตำบลหรืออำเภอ ถือว่าเป็นผู้มีความรู้นับหน้าถือตาในระดับหนึ่ง ส่วน ซุน เป็นแซ่

[3] เป็นตัวละครในงิ้ว ที่เป็นผู้คุมนักโทษที่มีความเมตตา ช่วยเหลือนักโทษที่ถูกใส่ร้าย จนได้รับคำยกย่อง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย sk125
อ่านเรื่อยๆ
เมื่อ 1 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย jewlew2526
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 3 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว