ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-31 เรื่องราวแต่หนหลัง

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

31 เรื่องราวแต่หนหลัง

อย่างเขานี่เรียกได้ว่าโชคร้ายจริงๆ

อยู่ดีๆ ก็มีเคราะห์ร้ายตกลงมาใส่ดังโครมแต่เถ้าแก่เนี้ยฟางยังให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แม้ปกติแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเถ้าแก่เนี้ยฟางจะค่อนข้างดี แต่การช่วยเหลือครั้งนี้ก็เท่ากับทำให้เขาติดหนี้บุญคุณของนาง

อีกประการหนึ่ง เหตุใดจางอู่เหนียงจึงได้ใส่ร้ายเขา?

การวางแผนอย่างเป็นฉากๆ เช่นนี้เป็นการกระทำอย่างมีเป้าหมาย ถ้าหากมิใช่ลูกสาวเขามีไหวพริบและสติปัญญาในการโต้แย้งข้อเท็จจริง คิดว่าถึงเขามีปากสิบปากก็ไม่อาจพูดให้ตัวเองบริสุทธิ์

เขาจำไม่ได้ว่าเคยเจอจางอู่เหนียงมาก่อน

หรือว่าเขาไปล่วงเกินโดยไม่ตั้งใจ?

หรือเขาเคยก่อเรื่องอะไรให้ใครคิดบาดหมางโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว?

ชุนต้าซันคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก รู้สึกมึนหัวไปหมด ความง่วงงุนเข้ามาครอบงำจนเขาสะลึมสะลือและผล็อยหลับไป แต่ก่อนที่จะเข้าสู่แดนนิทราเขาสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ลูกสาวต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเช่นนี้อีก

ส่วนนางสวีซื่อเมื่อเห็นชุนต้าซันนอนหลับก็ไม่ได้อยู่ข้างกายเขา แต่กลับลุกออกมาจุดเทียนไขที่ห้องด้านนอก รีบเขียนจดหมายถึงมารดา บอกสวีเหล่าไท่ไท่ว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งมาที่บ้านสกุลชุน

เสี่ยวฉินคอยรับใช้ฝนหมึกอยู่ข้างๆ แต่สายตาของนางมักเหลือบมองไปที่ห้องด้านในซึ่งนายท่านผู้หล่อเหลาองอาจหลับใหลอยู่ นางสวีซื่อเห็นแล้วมีหรือจะไม่รู้ทันสาวใช้ นางกัดฟันไล่เสี่ยวฉินออกไป

เขาเป็นของนาง ไม่ว่าใครก็จะมามองไม่ได้ทั้งนั้น!

ยามที่ชุนต้าซันมีโทสะขึ้นมาจริงๆ นางสวีซื่อเองก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของเขา นางรู้ดีแก่ใจว่ามารดาของตนเป็นคนมากเรื่องและวุ่นวายเพียงใด หากมารดารู้ว่าชุนต้าซันของนางออกจากคุกแล้ว ไม่แน่ว่าจะหาข้ออ้างนำของกินของใช้มาให้ แล้วชี้ไม้ชี้มือสั่งการ

กว่านางจะได้แต่งงานกับชายผู้นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นางไม่ยอมให้มารดามาวุ่นวายแน่

สำหรับเรื่องที่สวีเหล่าไท่ไท่จะโมโหหรือไม่ถ้าเห็นจดหมายของนาง นางสวีซื่อก็ไม่ใส่ใจมากนัก ท่านแม่มีนางเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวถึงจะโมโหก็คงไม่นาน รอให้ชุนถูหมีออกเรือนแต่งงานไปแล้ว โทสะของชุนต้าซันก็จะเบาบางลง สกุลสวีและสกุลชุนคงจะไปมาหาสู่กันได้ตามปกติ ดีที่สุดวานก็อาจวานให้ท่านแม่หาคู่ครองที่อยู่ห่างไกลให้กับชุนถูหมี ขอเพียงมีคุณสมบัติที่ดีพอ นางจะค่อยๆ กล่อมชุนต้าซัน คิดว่าเขาคงไม่ปฏิเสธ

เมื่อเขียนจดหมายเสร็จก็คิดว่าพรุ่งนี้จะไหว้วานให้คนนำไปส่งให้ที่บ้านสกุลสวี นางสวีซื่ออดยกมือลูบหน้าท้องที่แบนราบไม่ได้ ชุนต้าซันไม่มีลูกชาย ขอเพียงนางมีลูกชายให้เขาได้เชยชม เท่ากับนางทำความชอบให้กับสกุลชุน ต่อไปจะกลายเป็นคนสำคัญที่สุดในใจของสามีผู้หล่อเหลา อย่างไรชุนถูหมีก็เป็นแค่ลูกสาว ไม่กี่ปีก็ต้องแต่งงานออกเรือน

อดทนอีกหน่อย ไม่นานก็จะเป็นวันของนางเอง!

นางสวีซื่อนึกถึงคนอื่นด้วยความคิดของคนที่มีใจคอคับแคบ นางไม่รู้ว่าในห้องฝั่งตะวันตก กั้วเอ๋อกำลังมองลอดช่องหน้าต่างมายังห้องของนาง กั้วเอ๋อเห็นเงาของนางสวีซื่ออยู่บนหน้าต่าง จึงเบ้ปากอย่างไม่พอใจ “ฮูหยินคิดทำอะไรของนางกัน ถ้าคิดจะเย็บผ้าก็ควรจะไปที่ห้องเล็กของเสี่ยวฉินสิ นายท่านหลับไม่เต็มตามาหลายวัน ตอนนี้เพิ่งเข้านอน นางยังจะจุดเทียนอยู่ได้ แบบนี้นายท่านจะหลับสบายได้รึ”

ชุนถูหมีเองก็รู้สึกไม่ชอบใจ แม้ห้องฝั่งตะวันออกจะกั้นห้องด้านนอกและห้องด้านในด้วยฉากกั้น ทว่าการนอนที่ดีจะต้องนอนอยู่ในห้องที่มืดสนิท แต่นี่เป็นเรื่องในห้องนอนของท่านพ่อ นางเป็นลูกสาวก็ไม่สะดวกจะพูด การที่มีแม่เลี้ยงเป็นคนที่ไม่คิดถึงคนอื่นเช่นนี้ อย่างไรเสีย ต่อไปภายภาคหน้าก็ต้องเป็นปัญหา

พูดถึงเรื่องที่นางสวีซื่อแต่งเข้าสกุลชุน เรียกได้ว่าเป็นเหมือนนิยายน้ำเน่าดีๆ นี่เอง ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันปีเรื่องประเภทนี้ก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก อีกทั้งยังสร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้ทุกเวลา

ชุนต้าซันเป็นชายหนุ่มรูปงาม มีความสง่าสมชายชาตรี แล้วก็นั่นแหละ...ชายชาตรีอย่างพวกเขามักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือสาวงาม หนึ่งปีก่อนชุนต้าซันพาลูกน้องไปงานราชการที่อำเภอไหลสุ่ย พบเข้ากับนางสวีซื่อที่ขึ้นเขาไหว้พระพอดี เพราะสวีเหล่าไท่ไท่ชอบอวดร่ำอวดรวย ดังนั้น จึงมีคนจ้องจะชิงทรัพย์สกุลสวีตาเป็นมัน สุดท้ายก็มีอันธพาลทำตัวเป็นโจรป่าเข้าไปชิงทรัพย์แล้วยังถือโอกาสจะชิงอย่างอื่นอีกด้วย

ชุนต้าซันเป็นทหาร ไม่อาจนิ่งดูดายกับเหตุการณ์ที่เห็น นอกจากเขาจะกำจัดคนเลวเพื่อความสุขสงบของชาวบ้านก็ยังได้ช่วยนางสวีซื่อให้พ้นจากการถูกข่มเหง เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามอีกทั้งยังมีฝีมือดี ทำให้นางสวีซื่อเห็นแล้วก็ตกหลุมรักเข้าเต็มเปา นางถึงกับไม่สนใจคู่ครองฐานะดีตามที่สวีเหล่าไท่ไท่หมายตาเอาไว้ ร่ำร้องจะแต่งกับชุนต้าซันให้ได้ สองแม่ลูกทะเลาะกันใหญ่โตเพราะเรื่องนี้ แม้นางสวีซื่อจะเป็นคนที่น่ารำคาญ ทำอะไรไม่เคยเด็ดขาด สร้างความโมโหให้กับคนอื่นอยู่บ้าง แต่นางกล้าพูดกล้าทำกับมารดาของตน

ส่วนสวีเหล่าไท่ไท่เป็นคนที่คอยบงการ ควบคุมคนอื่นมาจนเคยชิน ในสายตาของนางแล้วการที่ลูกสาวของตนได้รับความช่วยเหลือ การตอบแทนให้เป็นเงินทองไม่กี่ตำลึงก็เพียงพอแล้ว ทหารจนๆ ที่เป็นแค่ขุนนางระดับล่างสิ่งที่ต้องการก็คงมีเพียงเท่านี้ ลูกสาวของนางจะต้องแต่งงานไปในตระกูลใหญ่มีเงินทองร่ำรวยเพื่อเป็นภรรยาหลวงที่ออกหน้าออกตา มีอย่างที่ไหนจะให้แต่งงานกับพ่อม่ายลูกติด กลายเป็นภรรยาคนที่สอง

ทว่า ถึงแม้นางจะมีจิตใจใฝ่สูงอย่างไร ก็ไม่อาจขัดขวางการกระทำที่ใจกล้าบ้าบิ่นของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนได้ ในความเป็นจริง ไม่ว่าใครก็ไม่คิดระแวงว่าสุนัขที่ไม่เห่าจะกัดคนเป็น ปรากฏว่าปกตินางสวีซื่อที่แทบไม่ออกจากบ้านไปไหน วางท่าเป็นคุณหนูผู้เรียบร้อย จะกล้าไปหาชุนต้าซันถึงโรงเตี๊ยมเชิงเขากลางดึกแล้วก็ปีนขึ้นเตียงเขา

เป็นเรื่องบังเอิญ ที่วันนั้นชุนต้าซันทำงานที่ได้รับมอบหมายมาสำเร็จ มีความเบิกบานใจจึงดื่มสุราไปมาก ความรู้สึกตัวและสติจึงมีอยู่น้อยนิด อีกทั้งเขายังเป็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ กอปรกับเขาเป็นพ่อม่ายมาหลายปี รักษาเนื้อรักษาตัวไม่เคยไปหาเศษหาเลยข้างนอก เรียกได้ว่าเก็บกดมาไม่น้อย ดังนั้นเขาจึงทำความผิดอย่างที่ผู้ชายมักจะทำผิดอยู่เสมอ

สวีเหล่าไท่ไท่เห็นลูกสาวเป็นฝ่ายเสนอตัวให้กับอีกฝ่ายเช่นนี้ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้นางแต่งงานกับชุนต้าซัน ตอนนั้นสวีเหล่าไท่ไท่โมโหจนแทบกระอักเลือด นางรู้สึกว่าตัวเองถูกคนอื่นวางแผนเล่นงานโดยไม่คิดเลยว่าความจริงแล้วเป็นลูกสาวของนางเองที่ใช้วิธีไร้ยางอายทำให้ชุนต้าซันต้องตกกระไดพลอยโจน

ดังนั้นหลังจากแต่งงานแต่งการกันเป็นที่เรียบร้อย นางมักจะหาเรื่องแสดงความไม่พอใจกับสกุลชุนอยู่เสมอ เพราะในความรู้สึกของนาง นางคิดว่าลูกสาวต้องลดตัวมาแต่งงานกับคนสกุลชุน มีความดูถูกดูแคลนพวกเขาเป็นทุนเดิม นางไม่เคยคิดเลยว่า ที่จริงแล้วสกุลสวีเป็นแค่ตระกูลที่ทำมาค้าขาย ตำแหน่งในสังคมก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่ากันสักเท่าไร แม้สกุลชุนจะมีชาติกำเนิดเป็นทหาร แต่ชุนต้าซันก็ยังถือว่าเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ ถ้าเกิดต่อไปภายหน้ามีความดีความชอบ ได้รับการอนุมัติจากกรมกลาโหมก็สามารถเปลี่ยนชาติกำเนิดจากทหารเป็นอย่างอื่นได้

ต่อมา เพราะชุนถูหมีเจ้าของร่างเดิมเกิดเรื่องแล้วทำให้ ‘คุณทนายคนนี้’ มาเกิดใหม่อีกครั้ง ชุนต้าซันถึงกับพูดอย่างเด็ดขาดว่าถ้าเกิดลูกสาวของเขาเป็นอะไรไปอีก เขาจะหย่าจากนางสวีซื่อ นางสวีซื่อตื่นตระหนกตกใจจนถึงกับแท้งลูก

ที่จริงแล้ว ตอนนั้นนางสวีซื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยสบาย จึงคิดจะพาชุนถูหมีกลับไปที่บ้านเดิม นางไม่ได้ให้หมอตรวจดูอาการ จึงไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองตั้งครรภ์ ที่จริงตอนที่นางแท้งลูก ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางกินอะไรผิดสำแดงไปก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่เหตุการณ์ก็มาเกิดเอาช่วงนั้นพอดี สุดท้ายแล้วก็ทำให้ชุนต้าซันเกิดความรู้สึกผิดต่อนางสวีซื่อ และเสียดายลูกที่เพิ่งมีได้ไม่นาน

ความจริงเรื่องน่าอายนี้ไม่สมควรให้เด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนอย่างชุนถูหมีรับรู้ ทว่าสวีเหล่าไท่ไท่มักจะยกเรื่องนี้มาพูดเวลาที่นางไม่พอใจอย่างไม่รู้สึกอับอายขายหน้า แม้นางไม่พูดให้คนข้างนอกรู้ แต่มักยกเรื่องนี้มาตำหนิติเตียนชุนต้าซันอยู่เสมอ ราวกับเป็นเรื่องอันทรงเกียรติ นางไม่สนใจเลยว่าการพูดด้วยความสะใจของนางจะทำให้ลูกสาวเงยหน้าอยู่สกุลชุนได้อย่างภาคภูมิใจหรือไม่ แต่ถ้าชุนถูหมีไม่รู้เรื่องน่าอับอายนี้ ก็คงไม่มีทางกำราบสวีเหล่าไท่ไท่ลงได้

คงจะเป็นอย่างที่ว่ากันว่า เหตุต้นมักนำมาซึ่งผลกรรม

“ไม่ต้องไปสนใจเรื่องห้องตะวันออก ไหนว่ามาสิว่าเจ้าไปคุยกับลุงโจวได้เรื่องอะไรบ้าง” ชุนถูหมีเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เมื่อครู่เจ้าไม่ได้กินข้าวจนหมดจาน คาดว่าคงจะวิ่งไปถามอย่างละเอียดมาแล้วสินะ”

กั้วเอ๋ออายุยังน้อยดังนั้นจึงถูกดึงความสนใจไปเรื่องใหม่ได้อย่างง่ายดาย นางพูดหน้าตาเบิกบาน “ลุงโจวบอกว่าโชคดีที่คุณหนูไม่ได้ไปรับนายท่านด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้น อาจถูกคนมาขวางอยู่ข้างนอกจนไปไหนไม่ได้ เรื่องที่คุณหนูช่วยขอความเป็นธรรมให้นายท่านตอนนี้เป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งอำเภอ ตอนที่ใต้เท้านายอำเภอไต่สวนครั้งที่สามคนที่มาดูการไต่สวนออกันอยู่หน้าประตูจนไปไหนไม่ได้ ฮูหยินกับเสี่ยวฉินไม่กล้าลงจากรถม้า เอาแต่ดึงตัวลุงโจวให้คุ้มครองพวกนางอยู่ด้านนอก” พูดถึงตรงนี้กั้วเอ๋อก็ถ่มน้ำลายอย่างดูแคลน “นับตั้งแต่พวกนางเข้ามาบ้านสกุลชุนของเรา อะไรที่แย่งได้ก็แย่งไปหมด แย่งเอาหน้าก็ยังแย่ง”

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 7 เดือน 1 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee-chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 7 เดือน 2 วันที่แล้ว

รีวิว