ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-26 ผู้หญิงที่มีค่าก็สมควรให้บุรุษคะนึงหา

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

26 ผู้หญิงที่มีค่าก็สมควรให้บุรุษคะนึงหา

“ผู้หญิงน่ะ ไม่ว่าคนไหนก็ปากอย่างใจอย่างทั้งนั้นแหละ เปลือกนอกนางอาจดุร้าย แต่ในใจคิดเป็นห่วง ไม่ต้องการให้ข้าถูกไล่ตีก็เป็นได้”

หันอู๋เวยจงใจแหย่น้องชายอย่างสนุกสนาน พูดต่อไปอีกว่า “เสียดายที่เจ้าไม่เห็นท่าทางของนาง ทั้งๆ ที่สวมเสื้อผ้าชุดเก่า หน้าก็ไม่ได้ผัด ผมเผ้าปล่อยตามสบาย แต่กลับมีเสน่ห์ดูดีเสียยิ่งกว่าหญิงสาวสวมเครื่องแต่งกายหรูหรา แต่งหน้าแต่งตาเสียอีก อีกอย่างถ้าเป็นหญิงธรรมดาเห็นชายแปลกหน้าที่ตัวเองไม่รู้จักปีนกำแพงมองอยู่ หากไม่ตกใจจนกรีดร้องก็ต้องทำอะไรไม่ถูกใช่หรือไม่ แต่นี่นางกล้าสบตากับข้า แล้วยังกล้าบอกว่าจะควักลูกตาข้าออกมาด้วย ฮ่าๆ ไม่เลวเลย” เขาพูดจบแล้วตบด้วยคำชมเล็กๆ

ท่านแม่ทัพไม่อาจรู้ได้ว่าความเยือกเย็นสุขุมที่ว่า ชุนถูหมีฝึกปรือมาจากอาชีพทนาย ได้มาจากการขึ้นศาลว่าความในยุคปัจจุบัน อีกประการหนึ่ง ตอนนี้นางเป็นห่วงแต่เรื่องของชุนต้าซัน ไม่มีเวลาไปสนใจอย่างอื่น

“ข้าไม่ใช่พวกเจ้าชู้เหลวไหล ไม่ทำเรื่องที่ไร้มารยาท ย่อมมองไม่เห็นสภาพด้านหลังกำแพง... ที่... วุ่นวายของชาวบ้านเขาหรอก” คังเจิ้งหยวนพูดต่อ “แล้วอีกอย่างหนึ่ง พี่ฝึกวรยุทธอย่างยากลำบากมาตั้งแต่เล็ก ก็เพื่อจะมาปีนกำแพงในวันนี้งั้นหรือ”

“เพราะเจ้ายืนฟังอยู่ตีนกำแพงจึงนับเป็นผู้ดีมีคุณธรรมงั้นหรือ อย่าฝันหวานไปเลย พวกเราสองคนก็เป็นคนเจ้าชู้เหลวไหลเหมือนกันนั่นแหละ เจ้าแค่ไม่แสดงออกมาเท่านั้น” ไม่ว่าอย่างไรหันอู๋เวยก็ลากคังเจิ้งหยวนลงน้ำด้วยจนได้ “แต่จะตำหนิพวกเราก็ไม่ได้ ข้างในทะเลาะกันเสียงดังขนาดนี้ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ต้องอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา”

“ผ่านมาเท่านั้น? พี่ตั้งใจลากข้ามาที่นี่ไม่ใช่หรือ” คังเจิ้งหยวนโต้กลับอย่างไม่ไว้หน้า

หันอู๋เวยยิ้มพลางเดินหน้าต่อ ทั้งสองเดินไปคุยกันไป

“เมื่อวานพอข้ากลับจวนทหาร ก็รีบเอาเอกสารของคนสกุลชุนมาดู ถึงได้รู้ว่าบรรพบุรุษรุ่นพ่อของชุนต้าซันมีพี่น้องสามคน ชุนชิงหยางเป็นคนที่สาม เพราะชุนชิงหยางมีพี่ชายสองคนแล้วเลยทำให้เขาไม่ได้เป็นทหาร ต้องไปทำงานเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ว่าการอำเภอ เจ้าก็รู้ว่ากฎหมายกำหนดเอาไว้ว่าคนที่มีชาติกำเนิดทหารห้ามแยกบ้านเพื่อป้องกันสมาชิกในบ้านหลบหนีการเป็นทหาร แต่พี่ชายคนโตกับคนที่สองของชุนชิงหยาง ไม่มีลูกชาย ก็เลยขาดทายาทชายที่จะมาสืบทอดตำแหน่งต่อ พวกเขามีลูกสาวทั้งหมดสามคน ทุกคนแต่งงานไปอยู่ต่างอำเภอหมด พอมาถึงรุ่นชุนต้าซันเขาก็เลยได้รับสิทธิ์ความเป็นทหารแทนฝั่งครอบครัวของท่านลุง”

“ตอนนี้ชุนต้าซันก็ไม่มีลูกชายเหมือนกันนี่ ถ้ามี ก็คงไม่มีทางให้ลูกสาวไปขึ้นศาลขอความเป็นธรรมแทนหรอก” คังเจิ้งหยวนถาม

หันอู๋เวยพยักหน้า “แต่ถ้าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ข้าก็คงไม่ให้ความสนใจสกุลชุน แต่ข้าคิดไม่ตกจริงๆ ว่าทำไมเด็กสาวที่เลี้ยงดูอยู่แต่ในบ้านอย่างประคบประหงมอย่างนาง จะรู้จักและเชี่ยวชาญในกฎหมายต้าถัง ถึงกับใช้ได้อย่างไม่ติดขัด”

“เรื่องนี้... เมื่อวานข้าได้มีโอกาสพบปะกับเจ้าพนักงานในที่ว่าการ เลยแอบถามเป็นการส่วนตัว ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้สามเดือนชุนถูหมีป่วยหนัก ตอนที่นางนอนป่วยรักษาตัวอยู่ในบ้านก็คงจะเบื่อ ปู่ของนางยืมตำรากฎหมายต้าถังจากที่ว่าการอำเภอไปให้นางอ่านเล่น คิดว่าคงจะรู้เรื่องก็ตอนนั้น แต่ภายในระยะเวลาสั้นๆ สามเดือนนางกลับมีความรู้อย่างลึกซึ้งนี่สิแปลกกว่า ถ้าไม่ใช่พวกที่อ่านครั้งเดียวก็จำได้หมด ก็ต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์เหนือกว่าผู้อื่น”

“เห็นท่าทางของนางเวลาขึ้นศาลแล้วเหมือนกับคนที่มีประสบการณ์ด้านว่าความมาก่อน แต่จะเป็นไปได้อย่างไร นางเป็นชาวฟ่านหยางแต่กำเนิด เป็นเด็กสาวที่ไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คงจะต้องใช้คำว่าพรสวรรค์มาอธิบายแล้วกระมัง”

หันอู๋เวยนิ่วหน้าเล็กน้อย

“สำหรับชุนต้าซัน เขาเป็นทหารตอนอายุยี่สิบเอ็ดปี ในเวลาเก้าปีเขาไต่เต้าจากพลทหารไปจนถึงหัวหน้าหมู่ ไปจนกระทั่งถึงรองหัวหน้าหมวด เรียกว่าเลื่อนตำแหน่งได้ไม่เร็วนัก เพราะสิบกว่าปีมานี้แถบเทือกเขาอัลไตมีเหตุการณ์วุ่นวายภายในไม่หยุดหย่อน เหตุการณ์ชุลมุนแถบชายแดนทางเหนือของโยวโจวก็เป็นแค่เรื่องต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ ไม่มีการทำสงครามจริงจัง เขาจึงไม่มีผลงานทางทหาร การจะเลื่อนตำแหน่งจึงไม่มีหวัง ชุนต้าซันมีนิสัยเถรตรง ไม่รู้จักประจบเอาใจเจ้านาย ที่บ้านก็ไม่มีญาติพี่น้องที่พอจะพึ่งพาอาศัยได้ เลื่อนตำแหน่งมาถึงขั้นนี้ได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว”

“ชุนต้าซันมีรูปร่างหน้าตาเป็นที่ชื่นชอบของสตรีอย่างมาก ผู้บังคับบัญชาที่เหนือกว่าไม่อิจฉาริษยาก็ดีแล้ว” คังเจิ้งหยวนพูดยิ้มๆ “เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงพี่เองก็คงเข้าใจดี ที่พี่อยากจะผลักดันเขาให้ได้ดีคงไม่ใช่เพราะเห็นใจคนที่มีชะตาเดียวกันกระมัง”

“ถ้าเกิดเป็นคนเก่งจริง ข้าไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่เลื่อนตำแหน่งให้เขา ในหน่วยทหารยังมีตำแหน่งว่างอยู่มาก ข้ากำลังคิดว่าบิดาที่มีลูกสาวเก่งกาจขนาดนี้ ตัวเขาเองจะธรรมดาได้หรือ” หันอู๋เวยแบมือสองข้างออก “ที่มาวันนี้ก็เพียงแค่อยากจะมาดูเท่านั้น คาดไม่ถึงว่าจะมาเจอเรื่องสนุกเข้า ชุนต้าซันวรยุทธไม่เลว การฝึกสอนทหารใต้บังคับบัญชาของเขาก็ทำได้ดี เสียดายก็แต่ครอบครัวมีปัญหา ตัวเขาไม่อาจควบคุมคนในบ้านตัวเองแล้วอย่างนี้จะคุมคนในกองทัพไหวหรือ ข้าคิดว่าคงต้องรอดูไปอีกสักพัก จริงสิ เจ้าจะไปเมื่อไหร่?”

“ที่ปรึกษาของข้าเป็นคนน่ารำคาญ เวลาจะไปไหนต้องดูฤกษ์ดูยามก่อน” คังเจิ้งหยวนเกาศีรษะ “เขาบอกว่าอีกสามวันเป็นวันดีสำหรับออกเดินทาง ดังนั้นข้าจะต้องออกจากที่นี่แต่เช้าตรู่ หากมีพี่คอยกำกับอยู่ที่ฟ่านหยาง คงไม่มีคดีใหญ่โตอะไรเกิดขึ้น ข้าจะไปทางเหนือของโยวโจว รีบตรวจตราเหตุการณ์แถบนั้นให้เสร็จก่อนที่หิมะจะตกหนักแล้วค่อยกลับมาที่นี่ ถ้าเกิดกลับไปฉางอันไม่ทันก่อนวันปีใหม่ ก็จะมาอยู่ที่นี่กับพี่ก่อน”

“ได้ งั้นข้าจะรออยู่ที่นี่ จะได้ฉลองวันปีใหม่ด้วยกัน” หันอู๋เวยพูดถึงตรงนี้ก็หัวเราะขึ้นอีก “ไม่รู้ว่าแม่หนูสกุลชุนใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ฉลองปีใหม่ จะเป็นอย่างไรบ้าง”

“พี่ก็อย่าเอาแต่คิดถึงแม่นางน้อยคนนั้นสิ” คังเจิ้งหยวนพูดกลั้วหัวเราะ “ดูไม่เหมือนผู้บัญชาการสูงสุดของเหล่าทัพเลยนะ”

“นี่เจ้าไม่รู้รึ ผู้หญิงที่มีค่าก็สมควรให้บุรุษคะนึงหา ถ้าหญิงใดไม่มีผู้ชายคอยคิดถึงนาง ก็ไม่เรียกว่าเป็นผู้หญิงที่มีค่าแล้ว” ทั้งสองคนพูดไปก็เดินกันไป

ชุนต้าซันไม่รู้เลยว่าการเลื่อนตำแหน่งของเขาต้องมาสะดุดเพราะสองแม่ลูกสกุลสวีแท้ๆ ส่วนแม่หนูชุนถูหมีที่มี ‘คนคิดถึง’ อยู่ตอนนี้ก็กำลังรอฟังข่าวจากที่ว่าการอำเภอด้วยความร้อนใจอยู่ในบ้าน

จนกระทั่งถึงเวลาบ่าย คนที่ชุนถูหมีรออยู่ถึงกลับมา

พี่เสี่ยวจิ่วไม่สะดวกที่จะเข้ามาด้านใน จึงให้ลุงโจวเข้ามารายงานแทน

ชุนถูหมีนั่งรออยู่ในลานหน้าบ้านเป็นเวลานานจนตัวเย็นชืด ยังดีที่ได้ฟังข่าวดี ลุงโจวกลับมารายงานว่าวันนี้โชคดี ที่ว่าการอำเภอก็มีงานยุ่งเนื่องจากมีขุนนางชั้นผู้ใหญ่มาตรวจดูนักโทษในห้องขัง เจ้าพนักงานที่ดูแลห้องขังต้องเตรียมเอกสารที่เกี่ยวกับคดีเก่าที่ผ่านๆ มาให้เขาอ่าน นอกจากจะไม่พักกลางวันกันแล้วยังปิดที่ว่าการกันอีกด้วย

“ข้าน้อยกับพี่เสี่ยวจิ่วคิดกันว่า หากเจ้าพนักงานท่านนั้นเข้าไปในที่ว่าการไม่ได้ หาใครก็ไม่เจอ เขาคงต้องหาที่นั่งพักขาเสียก่อน ดังนั้นเลยเดินหาตามร้านน้ำชากับร้านอาหารที่อยู่ละแวกนั้น ปรากฏว่าเจอตัวจริงๆ พวกเราทำตามที่คุณหนูสั่งมา คือบอกให้ท่านผู้นั้นไปพักที่โรงเตี๊ยมฝูชิงเป็นการชั่วคราว พี่เสี่ยวจิ่วเป็นคนสั่งอาหารจากร้านหลินสุ่ยด้วยตัวเอง เถ้าแก่เนี้ยฟางยังให้ผู้ดูแลร้านที่ชวนคุยเก่งๆ มานั่งคุยเป็นเพื่อนเขา หลังจากนั้นยังมีรายการบันเทิงให้ชม นางฝากมาบอกว่าคุณหนูไม่ต้องเป็นห่วง” ลุงโจวกดเสียงต่ำๆ พลางปรายตามองไปยังห้องตะวันออก

ชุนถูหมีหัวเราะ ตอบกลับไปด้วยเสียงที่กดต่ำเช่นกัน “วางใจเถอะ ข้ารู้ว่าคนพวกนั้นตะแคงหูฟังกันอยู่ แต่ลานบ้านของเราใหญ่ขนาดนี้คงจะแอบฟังยากสักหน่อย เว้นเสียทว่าพวกนางจะมีหูยาวเท่ากระต่าย ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ยินอะไร ปล่อยให้พวกนั้นร้อนใจหงุดหงิดกันไปเลย ฮ่าๆ”

ลุงโจวเคยเห็นแต่คุณหนูที่ใสซื่อไร้เดียงสา ไม่เคยเห็นท่าทางของเด็กแสบก็อดหัวเราะตามไปด้วยไม่ได้

“ลุงโจวทำได้ดีมาก ลุงก็เป็นคนกันเองข้าคงไม่พูดอะไรมาก ส่วนเถ้าแก่เนี้ยฟางของร้านหลินสุ่ย นางช่วยพวกเราไว้มากทีเดียว พวกเราจะต้องตอบแทนน้ำใจครั้งนี้ของนาง” ชุนถูหมีลุกขึ้น

นางแทบไม่มีความทรงจำเดิมของร่างนี้ ดังนั้นไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างชุนต้าซันและเถ้าแก่เนี้ยฟางสักเท่าไร พวกเขาจะเป็นแค่สหายในยุทธจักร เป็นหญิงรู้ใจ หรือเป็นคนที่มีสายสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน นางก็ไม่อาจรู้

ความจริงแล้วตั้งแต่นางย้อนเวลากลับมายังไม่เคยเจอหญิงสาวที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งของอำเภอฟ่านหยางอย่างเถ้าแก่เนี้ยฟางแห่งร้านหลินสุ่ยเลยสักครั้ง บิดาของนางถูกฟ้องร้องจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล อีกฝ่ายกลับช่วยเหลือเต็มที่ จากลักษณะการทำงานแสดงว่าหญิงคนนี้ต้องมีนิสัยเปิดเผย เป็นกันเอง ทำงานรอบคอบ จะต้องเป็นคนที่น่าสนใจคนหนึ่ง รอให้ชุนต้าซันออกมา ก็ให้เขาไปขอบใจด้วยตัวเองดีกว่า

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Taneya
ขอบคุณหลายเด้อ
เมื่อ 5 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว